www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงพาณิชย์

ก.พาณิชย์แบ่งสายผู้บริหารตรวจสอบเข้ม  ผู้ค้าส่งน้ำมันพืชใน กทม. ห้ามกักตุน

กระทรวงพาณิชย์ มั่นใจตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์เติบโตทั้งในประเทศและตลาดโลก  เร่งพัฒนาขีดความสามารถผู้ประกอบการ ด้วยการเปิด ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Commerce Intelligence of MOC : CIM )ผู้สนใจสามารถใช้ข้อมูลด้านตลาดเพื่อวางแผนบริหารจัดการด้านการผลิตและการตลาดเชิงรุก ผ่านเว็ปไซต์  www.organic.moc.go.th โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ไทยภายใต้ความร่วมมือของ 3 กระทรวง 1 จังหวัด ระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และจังหวัดสุรินทร์

นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพลังงานได้ประกาศปรับราคาก๊าซ ณ หน้าคลัง  ทำให้ราคาจำหน่ายปลีกเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 1.20 บาท  ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550  กรมการค้าภายในได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายก๊าซหุงต้ม เพื่อป้องปรามมิให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาจำหน่ายปลีกเกินกว่าราคาที่มีการปรับสูงขึ้น 

_______________________
นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ รองศาสตราจารย์ ดร.จีรเดช อู่สวัสดิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ที่ห้องประชุมอาคาร 10 ชั้น 6   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในวันที่ 21 ธันวาคม 2550 โดยมีผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน

นายเกริกไกร  จีระแพทย์  รมว.พาณิชย์  เปิดเผยว่า การค้าระหว่างประเทศของไทย 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย.)ยังเกินดุลต่อเนื่องมูลค่า 11,241.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีที่แล้วที่เกินดุลเพียง 866.1ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเฉพาะเดือน พ.ย. มูลค่าส่งออกสูงสุดในประวัติศาสตร์  การส่งออกต่อเดือนของไทยซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย (นายควินตัน มาร์ก เควล) เข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เพื่อรับทราบและหารือถึงการปรับแก้ไข พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และ ร่างพ.ร.บ. การประกอบธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง
นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามโครงการ "สินค้าวงจรคุณภาพคาร์ฟูร์" พร้อมด้วยนายฟิลิปป์ โบรยานิโก ผู้บริหารห้างคาร์ฟูร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตจำนวน 4 ราย ได้แก่ บริษัทออร์แกนิก ไลฟ์ จำกัด สวนนิศากร กลุ่มแคนตาลูปภาชี และบริษัทธรรมชาติ ซีฟู้ด โพรเซสซิ่ง จำกัด
     นายราเชนทร์  พจนสุนทร  อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผย  การค้าระหว่างประเทศของไทยในระยะ  10 เดือน ของปี 2550 (มกราคม-ตุลาคม)
กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ารุกตลาดต่างประเทศ ตอบรับความร่วมมือ Koelnmesse GmbH ผู้จัดงานแสดงสินค้าอาหารรายใหญ่ของโลก นำผู้ประกอบการและสินค้าอาหารไทยไปเปิด Thailand Pavilion โชว์ศักยภาพความเป็น "KITCHEN OF THE WORLD" ในงาน ANUGA 2007 เผยต่างชาติยอมรับศักยภาพอาหารไทย ยอดสั่งซื้อทันทีกว่า 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยอดสั่งซื้อ 1 ปี สูงถึงกว่า 113 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตอกย้ำความสำเร็จควบจัด In-store promotion กับ 2 ห้างดังในเยอรมนี พร้อมลงนามต่อสัญญาความร่วมมือจัดงาน THAIFEX – World of food ASIA  นายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า Koelnmesse GmbH ผู้บริหารการจัดงานแสดงสินค้าอาหารระดับนานาชาติ ได้แต่งตั้งประเทศไทยเป็น Partner Country รายแรกและรายเดียวของงาน ANUGA 2007 งานแสดงสินค้าอาหารที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของโลก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 17 ตุลาคม 2550 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นไฮไลท์สำคัญของงานในการแสดงผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มแบบครบวงจร ภายใต้แนวคิด "KITCHEN OF THE WORLD" ให้แก่นักธุรกิจและผู้เข้าชมงาน 160,000 รายจาก 160 ประเทศทั่วโลก ณ ศูนย์แสดงสินค้านานาชาติ (Koelnmesse) เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี           "การเข้าร่วมงาน ANUGA 2007 ในครั้งนี้ ประเทศไทยได้นำผู้ประกอบการสินค้าอาหารไทย ทั้งที่เป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออก จำนวน 133 ราย ทุกหมวดสินค้า มาจัดแสดงใน Thailand Pavilion รวมพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร เพื่อแสดงศักยภาพความเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าอาหาร เครื่องดื่มและเทคโนโลยีด้านอาหารที่ทันสมัยครบครัน" นายเกริกไกร กล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเข้าร่วมงาน ANUGA ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มาจัดนิทรรศการเกี่ยวกับคุณภาพมาตรฐาน การตรวจสอบอาหารไทย ( Quality Assurance) และ Food Safety กระทรวงพาณิชย์จัดนิทรรศการเพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวหอมมะลิไทยและสินค้าเกษตรอินทรีย์ การสาธิตทำอาหารที่ทำจากข้าวหอมมะลิไทย การจัดเจรจาการค้าระหว่างผู้ส่งออกและผู้นำเข้าข้าว และการจัดสัมมนาโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ   BOI ในส่วนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะมีคูหาประชาสัมพันธ์และให้ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ตลอดจนกิจกรรมพิเศษอื่นๆ เช่น การสาธิตการปรุงอาหารโดยใช้เครื่องปรุงไทย  ตลอดระยะเวลาการเข้าร่วมงานดังกล่าว มีผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจเยี่ยมชมคูหาประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และสั่งซื้อสินค้าอาหารไทยทันทีมูลค่ากว่า 17.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 611 ล้านบาท ในขณะที่ยอดการสั่งซื้อล่วงหน้า 1 ปี มูลค่าสูงถึงกว่า 113 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเกือบ 4 พันล้านบาท สินค้าที่ได้รับความสนใจสูงสุด คือ อาหารกระป๋อง ข้าว และผักผลไม้ ตามลำดับนอกจากนี้ ตลอดช่วงเดือนตุลาคม พฤศจิกายน 2007 ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าอาหารไทย (In-store promotion) ร่วมกับห้างสรรพสินค้าชื่อดัง 2 แห่งในเยอรมนี ได้แก่ ห้าง Edeka ที่มีกว่า 600 สาขา และ ห้าง Metro Cash & Carry อีกจำนวน 61 สาขา ด้วย "จากความร่วมมืออันดีเสมอระหว่างประเทศไทยกับ Koelnmesse GmbH ทั้งในส่วนของการเข้าร่วมงาน ANUGA อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 17และการได้ร่วมกันจัดงานแสดงสินค้าอาหารที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย ซึ่งประสบความสำเร็จ ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้มีพิธีลงนามในบันทึกความร่วมมือ ระหว่าง กรมส่งเสริมการส่งออก Koelnmesse GmbH และหอการค้าไทย ในการร่วมกันจัดงานแสดงสินค้า THAIFEX – World of food ASIA ในเดือนพฤษภาคมของทุกปีต่อไป" นายเกริกไกร กล่าว   ..............................................................................   สำนักโฆษกกระทรวงพาณิชย์                                                                                                                                  2  พฤศจิกายน  2550  
นายศิริพล  ยอดเมืองเจริญ  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผย ความเคลื่อนไหวดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปและดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศเดือนตุลาคม 2550

       จากการสำรวจราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศจำนวน 373 รายการ ครอบคลุมหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องนุ่งห่ม เคหสถาน การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล ยานพาหนะ การขนส่งและการสื่อสาร การบันเทิง การอ่านและการศึกษา ฯลฯ เพื่อนำมาคำนวณดัชนีราคา ผู้บริโภคทั่วไป ได้ผลดังนี้
      
       1. ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศเดือนตุลาคม 2550
       ในปี 2545 ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ เท่ากับ 100 และเดือนตุลาคม 2550 เท่ากับ 118.4 และเดือนกันยายน 2550 คือ 117.4
             
        2. การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศเดือนตุลาคม 2550 เมื่อเทียบกับ
       2.1 เดือนกันยายน 2550 สูงขึ้นร้อยละ 0.9
       2.2 เดือนตุลาคม 2549 สูงขึ้นร้อยละ 2.5
       สำหรับเฉลี่ยช่วงระยะ 10 เดือนแรก (ม.ค. - ต.ค.) ปี 2550 เทียบกับช่วง
       เดียวกันของปี 2549 สูงขึ้นร้อยละ 2.1                 
      
         3. ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศเดือนตุลาคม 2550 เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2550 สูงขึ้นร้อยละ 0.9 เป็นอัตราค่อนข้างสูงต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า (กันยายนสูงขึ้นร้อยละ 0.6) ปัจจัยหลักมาจากการสูงขึ้นของราคาผักสดและผลไม้ อาหารสำเร็จรูป และเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ส่งผลให้ดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้นร้อยละ 1.3 นอกจากนี้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับสูงขึ้นหลายครั้ง และส่งผลให้อัตราค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้น ทำให้ดัชนีหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้นร้อยละ 0.5 แม้ว่าค่ากระแสไฟฟ้าจะมีการปรับลด ค่า Ft ลงก็ตาม
       3.1 ดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 1.3 จากการสูงขึ้นของราคาผักและผลไม้เป็นสำคัญร้อยละ 5.5 โดยผักสดสูงขึ้นร้อยละ 8.4 ได้แก่ กะหล่ำปลี ผักบุ้ง มะนาว ผักชี ต้นหอม ถั่วฝักยาว เป็นผลจากการบริโภคเพิ่มขึ้นกว่าปกติในช่วงเทศกาลกินเจ สำหรับผลไม้สดสูงขึ้นร้อยละ 4.1 เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นช่วงปลายฤดูกาล ได้แก่ เงาะ มะม่วง และทุเรียน นอกจากนี้ อาหารสำเร็จรูปสูงขึ้นร้อยละ 0.7 ได้แก่ ข้าวราดแกง เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้นร้อยละ 0.6 ได้แก่ กาแฟผงสำเร็จรูปร้อยละ 1.0 น้ำอัดลมร้อยละ 0.8 ส่วนเนื้อสุกร ไก่สด และไข่ไก่ ราคาลดลง
       3.2 ดัชนีหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้นร้อยละ 0.5 ปัจจัยหลักยังคงเป็นการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นตามภาวะราคาในตลาดโลกที่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาขายปลีกในประเทศปรับสูงขึ้น โดยน้ำมันเบนซินสูงขึ้น 3 ครั้งและน้ำมันดีเซลสูงขึ้น 2 ครั้ง ทำให้ดัชนีราคาน้ำมันเชื้อเพลิงสูงขึ้นร้อยละ 3.1 และยังส่งผลให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้นร้อยละ 1.5 จากการปรับอัตราค่าโดยสารรถประจำทางตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.50 โดยในกรุงเทพฯ รถร่วมบริการ และมินิบัสปรับสูงขึ้น 50 สตางค์ รถประจำทางปรับอากาศ ปรับระยะละ 1 บาท ส่วนในต่างจังหวัดรถร่วมบริการปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 ปรับ 3 สตางค์/กิโลเมตร และค่าโดยสารเครื่องบินต้นทุนต่ำปรับค่าธรรมเนียมสูงขึ้น 100 บาท นอกจากนี้รถยนต์นั่ง รถบรรทุกเล็ก และแบตเตอรี่มีราคาสูงขึ้น ส่วนค่ากระแสไฟฟ้าลดลงร้อยละ 0.7 จากการปรับค่า Ft ลดลง 0.0231 บาท/หน่วย ในเดือนนี้ (จาก 0.6842 เป็น 0.6611 บาท/หน่วย)         
      
       4. ถ้าพิจารณาเทียบกับเดือนตุลาคม 2549 ดัชนีราคาสูงขึ้นร้อยละ 2.5 จากการสูงขึ้นของดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มร้อยละ 2.6 ที่สำคัญคือดัชนีข้าวสารเหนียวสูงขึ้นในอัตราสูงร้อยละ 31.6 ไข่และผลิตภัณฑ์นมร้อยละ 6.5 ผลไม้สดร้อยละ 6.2 กับข้าวสำเร็จรูปร้อยละ 3.5
       สำหรับดัชนีหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้นร้อยละ 2.3 ปัจจัยหลักมาจากการสูงขึ้นของดัชนีหมวดน้ำมันเชื้อเพลิงร้อยละ 16.6 บุหรี่และสุราร้อยละ 3.1 การบันเทิงการอ่านและการศึกษาร้อยละ 1.2 และค่าโดยสารสาธารณะร้อยละ 0.8
      
       5. ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศ (คำนวณจากรายการสินค้าและบริการ 266 รายการ) คือ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศที่หักรายการสินค้ากลุ่มอาหารสด และกลุ่มพลังงานจำนวน 107 รายการ คิดเป็นประมาณร้อยละ 24 ของสัดส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด
       ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศเดือนตุลาคม 2550 เท่ากับ 106.1 เมื่อเทียบกับ
       5.1 เดือนกันยายน 2550 สูงขึ้นร้อยละ 0.3
       5.2 เดือนตุลาคม 2549 สูงขึ้นร้อยละ 1.0
       สำหรับเฉลี่ยช่วงระยะ 10 เดือนแรก (ม.ค. - ต.ค.) ปี 2550 เทียบกับช่วง
       เดียวกันของปี 2549 สูงขึ้นร้อยละ 1.1
       โดยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานของประเทศเดือนตุลาคม 2550 เมื่อเทียบกับเดือนกันยายน 2550 สูงขึ้นร้อยละ 0.3 ปัจจัยหลักมาจากการสูงขึ้นของอาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ค่าโดยสารสาธารณะ รถยนต์นั่ง รถบรรทุกเล็ก และแบตเตอรี่
นำเสนอ :  กลุ่มงานประชาสัมพันธ์และกิจกรรมพิเศษ                   สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์
หน้า 45 จาก 47