นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การดำเนินโครงการฯ ในปี พ.ศ.2556 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย จะดำเนินการสำรวจและคัดเลือกพื้นที่ และจัดทำพิกัดให้ชัดเจน โดยพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินการปลูกป่าทุกพื้นที่จะต้องได้รับการรับรองพิกัดจากอธิบดีที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละพื้นที่
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ เป็นไปตามเป้าหมาย กระทรวงฯ ได้เชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดรับฟังแนวทางและขั้นตอนการดำเนินโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินีฯ ปี พ.ศ.2556 ดังนี้
ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2556 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมทองใหญ่ ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง รวม 35 จังหวัด
ครั้งที่ 2 วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2556 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมเมืองคนดี ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคใต้และจังหวัดที่มีพื้นที่ติดทะเล ทุกจังหวัด รวม 24 จังหวัด
ครั้งที่ 3 วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2556 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือทุกจังหวัด รวม 17 จังหวัด
โครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินีฯ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม 2555 ได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2556 ตามแผนแม่บทการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศน์ (25 ลุ่มน้ำ) และแผนปฏิบัติการโครงการ ปี พ.ศ.2556 ตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เสนอ สำหรับเป้าหมายโครงการฯ ที่จะดำเนินการในปี พ.ศ.2556 มีดังนี้
1. เพิ่มความสมบูรณ์ของทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ (ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่เสื่อมโทรม พื้นที่ป่าชายเลนที่ไม่มีสภาพป่าและพื้นที่ชายฝั่งทะเล รวมทั้งพื้นที่อื่น ๆ ให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่า 345,481 ไร่ แยกเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์/ป่าสงวนฯ/พื้นที่อื่น ๆ ประมาณ 326,879 ไร่ และพื้นที่ป่าชายเลน/ชายฝั่งทะเล 18,602 ไร่
2. เพาะชำกล้าไม้ จำนวน 135 ล้านกล้า และสนับสนุนกล้าไม้ จำนวนไม่น้อยกว่า 180 ล้านกล้า
3. เสริมความชุ่มชื้นของระบบนิเวศป่าไม้และคุ้มครอง ป้องกัน อนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า โดยจัดทำฝายถาวร และกึ่งถาวร จำนวนไม่น้อยกว่า 2,300 ไร่ และปลูกหวาย 15,000 ไร่