จากแนวนโยบายภายใต้การนำของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภาในการบริหารประเทศ เมื่อวันที่ 23 – 25 สิงหาคม 2554 ซึ่งตามรัฐธรรมนูญ
แห่งชาติอาณาจักรไทย มาตรา 75 วรรค 2 ได้กำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องจัดทำรายงานแสดงผลการดำเนินงาน เมื่อเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินนับแต่วันที่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ครบ 1 ปี ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไป เพื่อประโยชนสุขของประชาชนชาวไทยทุกคน
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้เข้ามากำกับการบริหารงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2554 ได้เดินทางเข้าปฏิบัติงานที่กระทรวงฯ เป็นวันแรก พร้อมกับ ความมุ่งมั่นในการให้ความสำคัญเรื่องการบริหารจัดการที่ดิน ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า แหล่งน้ำ ชายฝั่งทะเล และ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ให้มีความสอดคล้องกับศักยภาพของระบบนิเวศ วิถีชีวิตของชุมชน ไปพร้อม ๆ กับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึงการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร รวมไปถึงการบริหารจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังให้ความสำคัญเรื่อการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยและการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันอุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นตามนโยบายรัฐบาล ผลการดำเนินงานที่สำคัญ มีดังต่อไปนี้
1. การดำเนินงานโครงการตามแนวพระราชดำริและงานเฉลิมพระเกียรติเพื่อฟื้นฟูและบำรุงรักษาพื้นที่ป่า
2. การดำเนินงานด้านนโยบายที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย
- การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่า
- การอนุรักษ์และฟื้นฟู ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
- การดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม และเร่งรัดการควบคุมมลพิษ
- การสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในการใช้ประโยชน์ที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ
- การส่งเสริมและสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- ส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ
- สร้างภูมิคุ้มกันและเตรียมความพร้อมในการรองรับและปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและพิบัติภัยธรรมชาติ
- การพัฒนาองค์ความรู้ในการบริหารจัดการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. การบริหารจัดการน้ำและแก้ไขปัญหาอุทกภัย การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยช่วงเกิดอุทกภัย
- การแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียจากสถานการณ์อุทกภัย จัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและการจัดทำรายงานสถานการณ์คุณภาพน้ำทั้งแหล่งน้ำท่วมขังและแหล่งธรรมชาติ รวมทั้งให้การสนับสนุนจุลินทรีย์ (EM) ก้อน / ดาสต้าบอล / น้ำจุลินทรีย์และผง ให้แก่หน่วยงานและประชาชน
- การระบายน้ำ ได้ดำเนินการระดมเครื่องสูบน้ำพร้อมกำหนดพื้นที่เป้าหมายสูบน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในบริเวณกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงบำบัดน้ำเสียก่อนระบายน้ำลงสู่แหล่งน้ำและกำจัดขยะมูลฝอยและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
- การสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ เฮลิคอปเตอร์ เรือ รถบรรทุก แพไม้ไผ่ น้ำดื่มสะอาด ศูนย์พักพิง พร้อมทั้ง เปิดศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยกรณีมีปัญหาจากสัตว์มีพิษและสัตว์ที่เป็นอันตรายตลอด 24 ชั่วโมง โทรสายด่วน 1362
การให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด ดำเนินโครงการเยียวยา ฟื้นฟู และป้องกันความเสียหายจากอุทกภัยอย่างบูรณาการทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เช่น จัดกิจกรรม Big Cleaning Day / สนับสนุนเจ้าหน้าที่พร้อมรถยนต์เพื่อทำความสะอาด ฟื้นฟู เก็บขยะมูลฝอยในพื้นที่กรุงเทพมหานครทุกวัน / จัดตั้งจุดให้บริการ Dasta Ball เพื่อบำบัดน้ำเสียฟื้นฟูสภาพแวดล้อม / จัดทำโครงการ "โฟม 20 ใบ แลกไข่ 1 ฟอง” / ปรับปรุงซ่อมแซมแหล่งน้ำและสิ่งก่อสร้างต้านแหล่งน้ำ / ปรับปรุงซ่อมแซมระบบโทรมาตรและกล้อง CCTV / การซ่อมแซมระบบประปาหมู่บ้านเจาะน้ำบาดาล พร้อมเชื่อมต่อระบบประปา เป็นต้น การดำเนินการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย
- จัดทำแผนฟื้นฟูและอนุรักษ์ต้นน้ำและระบบนิเวศ เช่น การสนับสนุนให้ชุมชนปลูกป่าและดูแลรักษาป่า / จัดทำโครงการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มาหาราชินี ในพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ / ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเพื่อช่วยการยึดหน้าดิน ป้องกันการกัดเซาะ และสร้างความชุ่มชื้น / การจัดสร้างฝายถาวรและกึ่งถาวรในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เป็นต้น
- จัดทำแผนงานฟื้นฟูและปรับปรุงสิ่งก่อสร้างและงานโยธา เช่น บูรณาการกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการขุดลอกสันดอนทรายและขุดลอกขยายความกว้างของลำน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา / ดำเนินการขุดลอกคลองเพื่อเร่งประสิทธิภาพระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล /การพัฒนาพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อเป็นแก้มลิง เป็นต้น - จัดทำแผนการกำหนดพื้นที่รับรองน้ำนอง - จัดทำแผนเผชิญเหตุเฉพาะพื้นที่ เช่น จัดฝึกซ้อมและอบรมภาคสนามตามแผนเผชิญเหตุ เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์อุทกภัย / จัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ เป็นต้น - จัดทำแผนงานด้านการติดตั้งคลังข้อมูลระบบพยากรณ์และการเตือนภัย เช่น ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) เพื่อเฝ้าระวังและอพยพประชาชน / ติดตรั้งระบบโทรมาตรตรวจสภาพน้ำทางไกลอัตโนมัติ เป็นต้น
























