www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ทส. ลงพื้นที่ติดตามและประชุมสรุปสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าจังหวัดภาคเหนือตอนบน (6/3/2012)

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย

ได้เดินทางไปมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับมอบนโยบาย ประกอบด้วย นายวิจารย์ สิมาฉายา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายสุวิทย์ รัตนมณี อธิบดีกรมป่าไม้ นายเริงชัย ประยูรเวช รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และ ตาก สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

 

1. การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรับผิดชอบโดยตรง เอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาให้มากขึ้น แบ่งงาน/แบ่งพื้นที่ ให้ส่วนราชการในสังกัดดำเนินการให้ชัดเจน

2. การติดตามการดำเนินการจะใช้ภาพถ่ายดาวเทียมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาประกอบการตรวจสอบการดำเนินงาน

3. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและจังหวัดทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

4. ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและอุทยานแห่งชาติ ให้กรมป่าไม้ และ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับผิดชอบ

5. ให้รายงานผลการดำเนินงานทุกวันและติดตามสถานการณ์หมอกควันจากกรมควบคุมมลพิษ

 



 

ทั้งนี้ สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ได้รายงานให้คณะรัฐมนตรีทราบดังนี้

 

1. ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน วัดค่าได้สูงสุดอยู่ที่ 356.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2555 ที่จังหวัดเชียงราย และมีแนวโน้มลดลงในวันที่ 4 มีนาคม 2555

2. ในปี 2555 มีการเกิดไฟป่าจำนวน 1,049 ครั้ง พื้นที่ถูกไฟไหม้ จำนวน 7,127 จุด

3. รายงานแนวทางแก้ไขปัญหาการเผาในที่โล่งและมลพิษหมอกควันเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้

 

3.1 เข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดอย่างจริงจัง และผลักดันการใช้กฎระเบียบชุมชน เช่นประกาศข้อบัญญัติท้องถิ่นประกาศจังหวัดกำหนดเขตควบคุมไฟป่า บังคับใช้กฎหมายชุมชน

3.2 มอบหมายให้องค์กรปกครองสวนท้องถิ่น ดำเนินมาตรการจัดระเบียบการเผาในพื้นที่เกษตรเฉพาะพื้นที่เกษตรที่จำเป็น โดยมีกำหนดการอนุญาตเผาในช่วงเวลาที่เหมาะสม ไม่สงผลกระทบต่อปัญหามลพิษหมอกควัน เกษตรกรจะต้องลงทะเบียนแจ้งพื้นที่เผา ปริมาณเศษวัสดุที่ต้องการเผา เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถจัดลำดับและอนุญาตให้เผาได้ตามช่วงเวลา

3.3 เร่งรัดการถ่ายโอนภารกิจการควบคุมไฟป่า โดยให้เป็นภารกิจบังคับสำหรับองค์กรปกครองสวนท้องถิ่นในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ระดมกำลังพลหน่วยดับไฟป่าเพื่อปฎิบัติการในช่วงสถานการณ์วิกฤตหมอกควัน และประสานเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชนในการเฝ้าระวังระดับไฟในพื้นที่

3.4 ให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองสวนท้องถิ่น ติดตามและควบคุมการเผาในพื้นที่ และรณรงค์ให้ประชาชนงดเผาขยะและเศษวัสดุในพื้นที่ชุมชน และประสานหน่วยงานด้านเกษตรให้งดและควบคุมการเผาเศษวัสดุการเกษตร

3.5 ประสานสำนักฝนหลวงและการบินเกษตรเพื่อพิจารณาการทำฝนหลวงเมื่อสภาพอากาศเหมาะสม

3.6 ให้สำนักงานสาธารณสุขให้คำแนะนำ ในการดูแลสุขภาพอนามัยของประชาชน เช่น การแนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย การแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรืองดกิจกรรมในที่โล่ง เป็นต้น พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์การแพทย์เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนในภาวะวิกฤตหมอกควัน

3.7 ให้จังหวัดติดตามสถานการณ์มลพิษหมอกควัน จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่ต่างๆ ของกรมควบคุมมลพิษ และจำนวนจุดความร้อนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อเป็นข้อมูลประกอบในการกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาในพื้นที่

3.8 ขอความร่วมมือจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ประชาสัมพันธ์ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่ แจ้งเหตุไฟป่า ผ่านสายด่วน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หมายเลข “๑๓๖๒” เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดับไฟป่าได้อย่างทันท่วงที

3.9 ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์เชิงรุก ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง ให้เกิดด้านความตระหนักและเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการลดเผาในพื้นที่โล่ง

3.10 บูรณาการแก้ไขปัญหาทั้งในระดับพื้นที่ ระดับจังหวัด และกลุ่มจังหวัดอย่างครบวงจร ทั้งใน ด้านการเกษตรโดยส่งเสริมการเกษตรปลอดการเผาหรือการผลิตปุ๋ยชีวภาพ การส่งเสริมพลังงานชีวะมวล โดยส่งเสริมการนำเศษวัสดุมาทำเป็นแท่นเชื้อเพลิงชีวะมวล การอนุรักษ์พื้นที่ป่าและการสร้างฝายชะลอน้ำหรือ ป่าเปียกตามแนวพระราชดำริ