www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจแผนการป้องกันและแก้ไขอุทกภัย (16/2/2012)

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการ กยน. ได้เดินทางไปติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานและทบทวนแผน/โครงการ งบประมาณ ปัญหา/ อุปสรรคและแนวทางการป้องกันและแก้ไขอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์



 

เมื่อเวลา ๑๔.๓๐ น. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาถึงห้องประชุม อาคารประชาสัมพันธ์ สำนักงานเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงาน กปร. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
โดยนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บรรยายสรุปถึงแนวทางการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศตามแนวพระราชดำริ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีกรอบแนวคิดการดำเนินงานโดยน้อมนำพระราชดำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ประกอบด้วย การปลูกป่าในใจคน การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปลูกป่า ๓ อย่าง ประโยชน์ ๔ อย่าง ทฤษฎีป่าเปียก /การสร้างฝายชะลอน้ำ /และการปลูกหญ้าแฝก โดยยึดหลักการคนอยู่กับป่า และพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้ดีขึ้น

 

การน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติดังกล่าว จะคำนึงถึง “หลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ประกอบด้วย สังคม เศรษฐกิจ และนิเวศธรรมชาติ เพราะทั้ง ๓ ส่วนมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน การฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พิจารณาพื้นที่จากพื้นที่ลุ่มน้ำหลัก ๘ ลุ่มน้ำ เพื่อดำเนินการ ประกอบด้วย ลุ่มน้ำปิง ลุ่มน้ำวัง ลุ่มน้ำยม ลุ่มน้ำน่าน ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำสะแกกรัง ลุ่มน้ำป่าสัก และลุ่มน้ำท่าจีน หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบเพื่อเตรียมหารือร่วมกับจังหวัดต้นน้ำ ๑๐ จังหวัดในวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่จังหวัดพิษณุโลก ดังนี้


๑. สำนักงาน กปร. พิจารณาพื้นที่ปลูกป่าในแนวเขตลุ่มน้ำ ในพื้นที่โครงการแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
๒. สำนักงาน กปร. พิจารณาพื้นที่ปลูกป่าเพิ่มเติมในพื้นที่โครงการพระราชดำริ (ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
๓. กองทัพบก พิจารณาพื้นที่ปลูกป่าแนวชายแดนที่มีพื้นที่ลุ่มน้ำติดกับประเทศเพื่อนบ้าน
๔. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาพื้นที่ปลูกป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พื้นที่อนุรักษ์ พื้นที่ลาดชันสูง
๕. กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับจังหวัด และกระทรวงมหาดไทย พิจารณาพื้นที่ปลูกป่าในพื้นที่ที่มีชุมชนอาศัยอยู่

 

ทั้งนี้การดำเนินการของทุกหน่วยงานให้ยึดแนวทางตามพระราชดำริมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติตาม สภาพสังคมและภูมิศาสตร์ โดยให้ คน ป่า และสิ่งแวดล้อมอยู่ร่วมกันได้ เมื่อได้พื้นที่ปลูกป่าแล้วให้กำหนดชนิดพันธุ์ไม้ที่จะปลูกด้วยว่าจะปลูกพันธุ์ไม้ชนิดใด ขอให้เป็นไม้ประเภทพลังงานทดแทน ไม้เศรษฐกิจ และไม้ยืนต้น ในขณะเดียวกันในพื้นที่ใดควรทำฝายชะลอน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ดำเนินการควบคู่กันไป รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ที่มีความลาดชันมากๆเพื่อป้องกันการพังทลายของดินด้วย ในระยะเร่งด่วนขอให้ดำเนินการเป็นรูปธรรมภายในระยะเวลา ๓ เดือน