www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
การปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษของทางพิเศษเฉลิมมหานคร ศรีรัช อุดรรัถยา และบูรพาวิถี

คณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เห็นชอบแนวทางการปรับอัตราค่าผ่านทางปี ๒๕๕๖ ของทางพิเศษเฉลิมมหานคร ศรีรัช อุดรรัถยา และบูรพาวิถี ตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาค่าผ่านทางพิเศษเสนอ

พลตำรวจเอก วิเชียร  พจน์โพธิ์ศรี  ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ กทพ. กล่าวว่า การปรับอัตราค่าผ่านทางศรีรัชเป็นไปตามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ ๒ ที่ กทพ. ได้ลงนามกับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๓๑ ที่กำหนดให้วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๔๑ และทุกระยะเวลา ๕ ปี นับจากนั้น เป็นวันพิจารณาปรับอัตราค่าผ่านทาง และให้อัตราค่าผ่านทางที่ปรับใหม่มีผลบังคับใช้ภายใน ๖ เดือน นับแต่วันพิจารณาปรับอัตราค่าผ่านทาง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการปรับมาแล้ว ๓ ครั้ง คือ ในปี ๒๕๔๑, ๒๕๔๖ และ ๒๕๕๑ สำหรับการปรับอัตราค่าผ่านทางในครั้งนี้ ได้ยึดหลักการตามสัญญาฯ และนำความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดในการปรับค่าผ่านทางทั้ง ๓ ครั้งที่ผ่านมาพิจารณาประกอบ ซึ่งรวมถึงการปรับอัตราค่าผ่านทางตามสัญญาโครงการทางพิเศษอุดรรัถยา (สายบางปะอิน - ปากเกร็ด) และทางพิเศษบูรพาวิถีด้วย

นายอัยยณัฐ  ถินอภัย  ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า การปรับอัตราค่าผ่านทางในครั้งนี้เป็นการปรับเพื่อให้อัตราค่าผ่านทางในปัจจุบันคงมูลค่าที่แท้จริงของอัตราค่าผ่านทางเดิม ณ วันที่เปิดใช้งาน โดยปรับบนพื้นฐานอัตราเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภคสำหรับกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีรายละเอียดการปรับอัตรา ค่าผ่านทาง ดังนี้

-      โครงข่ายทางพิเศษในเขตเมือง ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ดินแดง - ท่าเรือ บางนา - ท่าเรือ และดาวคะนอง - ท่าเรือ) ทางพิเศษศรีรัช ส่วน A และ B (พญาไท - พระราม ๙ และพญาไท - บางโคล่) จะปรับอัตราค่าผ่านทางสำหรับรถ ๔ ล้อ จากเดิม ๔๕ บาท เป็น ๕๐ บาท รถ ๖ - ๑๐ ล้อ จากเดิม ๗๐ บาท เป็น ๗๕ บาท และรถมากกว่า ๑๐ ล้อ จากเดิม ๑๐๐ บาท เป็น ๑๑๐ บาท ตามลำดับ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

-      โครงข่ายนอกเขตเมือง (ทางพิเศษศรีรัช ส่วน C และ D) จะปรับเฉพาะทางพิเศษศรีรัช ส่วน D (ถนนพระราม ๙ - ถนนศรีนครินทร์) สำหรับรถ ๖ - ๑๐ ล้อ จากเดิม ๕๐ บาท เป็น ๕๕ บาท และรถมากกว่า ๑๐ ล้อ จากเดิม ๗๐ บาท เป็น ๗๕ บาท ตามลำดับ เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เป็นต้นไป

สำหรับทางพิเศษอุดรรัถยาและบูรพาวิถี จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์และสัญญาที่เกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน และขั้นตอนต่อจากนี้คณะอนุกรรมการฯ จะเจรจากับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ จำกัด คู่สัญญา เพื่อนำผลการเจรจามาเสนอคณะกรรมการ กทพ. ก่อนรายงานกระทรวงคมนาคมเพื่อออกประกาศกระทรวงฯ และนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

 

“สะดวกปลอดภัย คมนาคมยุคใหม่ ใส่ใจคนพิการ”