การจุดบั้งไฟ เป็นประเพณีท้องถิ่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีความสำคัญ และเป็นประเพณี สืบทอดมายาวนาน แต่ปัจจุบันพฤติกรรมการจุดบั้งไฟมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอันตรายร้ายแรงต่ออากาศยาน ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในกรณีหากอากาศยานเกิดประสบภัยจากการจุดบั้งไฟ เช่น การจุดบั้งไฟนอกเทศกาล การจัดแข่งขันความสูงของบั้งไฟ เป็นต้น ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมได้รับรายงานจากนักบินว่า ได้พบเห็นบั้งไฟขณะทำการบินโดยไม่ได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า ในระดับความสูง ๑๐,๐๐๐ หรือประมาณ ๓,๐๐๐ เมตร ซึ่งเป็นความสูงที่อยู่ในระดับที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายร้ายแรงต่ออากาศยานได้ และช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมากรมการบินพลเรือนได้รับรายงานการพบเห็นบั้งไฟจากนักบินอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ขอความร่วมมือจากประชาชนแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นข้อมูลสำหรับออกประกาศแจ้งเตือนนักบิน (NOTAM) ให้หลีกเลี่ยงการใช้ห้วงอากาศบริเวณที่มีการจุดบั้งไฟดังกล่าว ซึ่งตามสถิติการออกประกาศ NOTAM จากกรณีการจุดบั้งไฟในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างปี ๒๕๕๓ – ๒๕๕๕ พบว่าพื้นที่จังหวัดที่มีสถิติการออกประกาศ NOTAM สูงที่สุด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี ร้อยเอ็ด อุดรธานี ขอนแก่น และบุรีรัมย์ ตามลำดับ โดยสถิติการออกประกาศ NOTAM ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ในปี ๒๕๕๓ มีการออกประกาศฯ จำนวน ๒๔๗ ครั้ง ในปี ๒๕๕๔ จำนวน ๔๘๗ ครั้ง และปี ๒๕๕๕ จำนวน ๓๕๔ ครั้ง
อนึ่ง ประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๗ ซึ่ง ICAO เป็นองค์กรที่กำหนดกฎหมายหลักด้านการบินระหว่างประเทศที่ทุกประเทศต้องยอมรับและออกเป็นกฎหมายภายในของตนเอง ICAO ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินอากาศเป็นอย่างมาก ปัจจุบัน ICAO มีแนวทางการตรวจความปลอดภัยของการเดินอากาศยาน โดยกำหนดโปรแกรมการตรวจสอบประเทศสมาชิกทุก ๖ ปี และได้สรุปข้อบกพร่องของประเทศต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินอากาศ ๑๓ ประการ ซึ่งประเทศไทยจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไข โดยมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินอากาศ เช่น ไม่มีการแก้ปัญหากับสิ่งที่กระทบต่อความปลอดภัย ไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายเมื่อมีการกระทำผิด เป็นต้น
กระทรวงฯ เห็นว่า การจุดบั้งไฟเกี่ยวข้องโดยตรงต่อความปลอดภัยของการบินและอากาศยาน ชีวิต ทรัพย์สิน และภาพลักษณ์ของประเทศ หากอากาศยานเกิดประสบภัยจากกรณีการจุดบั้งไฟ กระทรวงฯ จึงได้จัดการสัมมนาเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นต่ออากาศยานจากการจุดบั้งไฟขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ และพื้นที่เสี่ยงตามแนวขึ้น - ลง ของเครื่องบินบริเวณโดยรอบท่าอากาศยานอุบลราชธานี มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงอันตรายร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้นต่ออากาศยานจากการจุดบั้งไฟ และให้ความร่วมมือปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการที่กำหนด ซึ่งในการจัดสัมมนาฯ ครั้งนี้ กระทรวงฯ ได้เชิญวิทยากรจากหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ กรมการบินพลเรือน กระทรวงวัฒนธรรม บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และสมาคมนักบินไทย เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์
ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้กำหนดแนวทางและมาตรการเพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงอันตรายร้ายแรงต่ออากาศยานจากการจุดบั้งไฟ โดยขอความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชน ดังนี้
๑. ขอให้งดจุดบั้งไฟในพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ และพื้นที่เสี่ยงตามแนวขึ้น - ลงของเครื่องบิน บริเวณโดยรอบสนามบิน
๒. ขอให้ส่งข้อมูลการจุดบั้งไฟให้กับศูนย์ควบคุมการบินในพื้นที่ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๗ วัน เพื่อออกประกาศ NOTAM โดยด่วน โดยรายละเอียดการแจ้งข้อมูลเป็นไปตามใบรับแจ้งข้อมูลการจุดบั้งไฟ ที่ได้แจกให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแล้ว
๓. ขอให้งดจุดบั้งไฟที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสูงเกินกว่า ๕,๐๐๐ ฟิต
