รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การจัดสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับคนพิการเพิ่มเติม ไม่ได้ถูกกำหนดโดยกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญแต่เป็นสิทธิที่ประชาชนทุกคนพึงได้รับอย่างเท่าเทียมกัน ที่สำคัญต้องให้คนพิการมีส่วนร่วมในการเสนอแนะและให้ความคิดเห็น จึงจะรู้ปัญหาความต้องการที่แท้จริง ซึ่งกระทรวงฯ ได้ดำเนินการจัดระบบขนส่งมวลชนให้เป็นมาตรฐานอย่างจริงจัง รวมทั้งโครงการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อย่างเช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าสายต่าง ๆ และสถานที่ต่าง ๆ เช่น ด่านศุลกากร ศูนย์การค้า จุดจอดรถ เป็นต้น ต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการด้วย
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเดินทางของคนพิการด้วยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะต่าง ๆ ให้มีความสะดวกสบาย จึงได้มีนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ จำนวน ๖ หน่วยงาน พัฒนาปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการในการเดินทางสำหรับคนพิการ โดย รฟม. เป็น ๑ ใน ๖ หน่วยงานนำร่องดังกล่าว ซึ่ง รฟม. ได้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ สำหรับคนพิการ ตั้งแต่เริ่มก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล เช่น ทางเข้า - ออก ห้องน้ำพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มีสัญลักษณ์ที่หน้าลิฟต์โดยสาร ภายในลิฟต์โดยสาร แผงควบคุมปุ่มกดมีอักษรเบรลส์สำหรับคนพิการทางการมองเห็น และระบบเสียงเตือนบอกชั้นต่าง ๆ โทรศัพท์สาธารณะสำหรับคนพิการ ติดตั้งสัญลักษณ์ตู้รถไฟฟ้าสำหรับคนพิการโดยเฉพาะ จุดจอดรถเข็นคนพิการพร้อมอุปกรณ์ล็อครถในตู้รถไฟฟ้า มีการประกาศแจ้งข้อมูลสถานี มีจอแสดงข้อมูลสำหรับผู้โดยสาร ทั้งนี้ คณะทำงานของกระทรวงฯ คณะกรรมการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ และสมาคมคนพิการประเภทต่าง ๆ ได้ร่วมสำรวจพื้นที่สถานีและอาคารจอดรถของ รฟม. แล้ว โดยได้ขอความร่วมมือจาก รฟม. ในการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการต่าง ๆ ให้มีความสะดวกและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ได้แก่ อาคารจอดรถ ๙ ชั้น สถานีลาดพร้าว ปรับระดับความชันทางลาด ทางเข้าด้านหน้าอาคารจอดรถ เพิ่มทางลาด มีพื้นผิวต่างสัมผัสสำหรับคนพิการทางการมองเห็น ติดตั้งสวิทช์แจ้งขอความช่วยเหลือในห้องน้ำผู้พิการ ติดอักษรเบรลส์สำหรับผู้พิการทางสายตาในลิฟต์ผู้โดยสาร ติดตั้งป้ายแสดงสัญลักษณ์เพิ่มเติม จำนวน ๑๐๗ ป้าย รวมถึงติดตั้งสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบ Wireless ในห้องน้ำสำหรับคนพิการภายในสถานี
ปัจจุบันรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล มีผู้โดยสารที่เป็นคนพิการ จำนวน ๔๐๐ เที่ยวต่อวัน หรือ ๑๒,๐๐๐ เที่ยวต่อเดือน หรือ ๑๔๐,๐๐๐ เที่ยวต่อปี โดยร้อยละ ๗๐ เป็นผู้พิการทางการได้ยิน โดยคนพิการทุกประเภทจะได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร
