ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า กระทรวงฯ ได้จัดทำ “แผนอำนวยความสะดวก มั่นคง และปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๕๖” โดยมีเป้าหมายหลักคือ ให้บริการประชาชนเดินทางกลับบ้านและท่องเที่ยวอย่างมี “ความสุข สะดวก และปลอดภัย” ลดจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บให้เหลือน้อยที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในเทศกาลสงกรานต์ปี ๒๕๕๕ และจะต้องไม่มีผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะเสียชีวิตจากการเดินทาง รวมทั้งจัดเตรียมและบริหารจัดการด้านยานพาหนะและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับอย่างเพียงพอ ไม่ล่าช้า ไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ผู้ประจำรถโดยสารสาธารณะจะต้องมีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเป็นศูนย์มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ในระหว่างการให้บริการเป็นจำนวนร้อยละ ๑๐๐ โดยกำหนดช่วงเวลาระยะเวลาปฏิบัติงานตามแผนฯ ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๗ เมษายน ๒๕๕๖ ประกอบด้วย ๓ แผนหลัก ดังนี้
๑. แผนการให้บริการและอำนวยความสะดวกในการเดินทาง หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดเตรียมพื้นที่สถานีขนส่ง ชานชาลา และพื้นที่จอดรถสำรองให้เพียงพอกับความต้องการเดินทางของประชาชน รวมทั้งจัดเตรียมและเพิ่มจำนวนรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง เพิ่มจำนวนตู้โดยสารรถไฟและเที่ยววิ่ง เพิ่มเที่ยวบินเสริมพิเศษเพื่อรองรับปริมาณการเดินทาง ดังนี้
- บริษัท ขนส่ง จำกัด เพิ่มจำนวนเที่ยวรถขาไป ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๒ เมษายน ๒๕๕๖ จำนวน ๒๙,๕๔๒ เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ ๘๐๑,๓๔๒ คน และขากลับ ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ จำนวน ๒๘,๖๕๕ เที่ยว รองรับผู้โดยสารได้ ๖๑๕,๓๕๓ คน
- การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถประจำรับผู้โดยสารรวม ๒๒๔ ขบวน/วัน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ ๖๕,๐๐๐ คน/วัน และพ่วงเพิ่มตู้โดยสารอีก ๑ - ๒ ตู้ รวมทั้งเพิ่มขบวนรถไฟพิเศษในเส้นทางสายเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวไป ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๒ เมษายน ๒๕๕๖ จำนวน ๘ ขบวน และเที่ยวกลับ ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๘ เมษายน ๒๕๕๖ จำนวน ๑๘ ขบวน รองรับผู้โดยสารเพิ่มได้อีก ๕๒,๐๐๐ คน
- องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ จัดรถโดยสารประจำทาง จำนวน ๑๐๘ เส้นทาง จัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ๔ สถานี รวม ๓๕ เส้นทาง (จตุจักร สายใต้ เอกมัย และสถานีรถไฟหัวลำโพง) จัดเดินรถเฉพาะกิจ Shuttle Bus ให้บริการฟรีในเส้นทางวงกลมอู่หมอชิต ๒ - รถไฟฟ้า BTS จตุจักร และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ - อู่หมอชิต ๒ และจัดเดินรถปรับอากาศร่วมกับ บขส. จำนวน ๒ เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ - พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพฯ - สระบุรี
- บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพิ่มเที่ยวบินพิเศษไป - กลับ เส้นทางหลักภายในประเทศ รวม ๒๖ เที่ยวบิน รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ ๗,๖๕๖ ที่นั่ง ได้แก่ กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ จำนวน ๑๐ เที่ยวบิน กรุงเทพฯ - ภูเก็ต จำนวน ๘ เที่ยวบิน และกรุงเทพฯ - กระบี่ จำนวน ๘ เที่ยวบิน
- การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เพิ่มความถี่ในการให้บริการในเวลา ๐๖.๐๐ - ๑๑.๐๐ น. โดยมีระยะห่างระหว่างขบวน ๘.๔๕ นาที ขบวนรถให้บริการ ๘ ขบวน ในกรณีที่มีผู้โดยสารหนาแน่นสามารถจัดเพิ่มรถไฟฟ้าให้บริการได้สูงสุด ๑๙ ขบวน
- บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ให้บริการจอดรถฟรีที่สถานีมักกะสัน สามารถรองรับได้ประมาณ ๓๐๐ คัน และมอบของขวัญมูลค่า ๑๕ บาท จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ชิ้น ให้กับผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน ๒๕๕๖
- กรมทางหลวง ขอความร่วมมือผู้รับจ้างคืนผิวทาง โดยให้หยุดงานก่อสร้าง/บำรุงทางในช่วงเทศกาล ซ่อมแซมผิวจราจรที่เสียหายให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน ติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางเลี่ยง/ทางลัด พร้อมยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข ๗ (กรุงเทพฯ - ชลบุรี) และหมายเลข ๙ (วงแหวนกาญจนาภิเษก ด้านตะวันออก) ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ น. ของวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๖ ถึงเวลา ๒๔.๐๐ น. ของวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๖
- กรมทางหลวงชนบท ปรับปรุงถนนและสะพานบริเวณที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างให้เปิดบริการชั่วคราวได้ จัดตั้งจุดตรวจให้บริการโดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเส้นทางสำคัญ จัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยกรมทางหลวงชนบทปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็วเพื่อบริการประชาชนผู้ใช้เส้นทางในสายทางสำคัญและเฝ้าระวังตรวจตราสายทางที่มีปริมาณการจราจรสูงและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง
- การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จัดเพิ่มกำลังพนักงานจัดการจราจรเสริมการปฏิบัติการอำนวยการจราจรในเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการเดินทางออกนอกเมืองและเข้าเมือง จัดเตรียมความพร้อมของช่องเก็บเงินค่าผ่านทาง โดยเฉพาะด่านเข้าและออกเมืองเพื่อให้สามารถเปิดได้ทุกช่องทาง และจัดพนักงานเก็บเงินค่าผ่านทางให้เพียงพอ พร้อมยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางพิเศษบูรพาวิถี ตั้งแต่เวลา ๐๐.๐๑ น. ของวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๖ ถึงเวลา ๒๔.๐๐ น. ของวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๖
๒. แผนงานความมั่นคง จัดเจ้าหน้าที่อยู่เวรยามและเพิ่มพนักงานรักษาความปลอดภัย ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและสารวัตรทหารมาดูแลรักษาความปลอดภัยประจำสถานีขนส่งผู้โดยสาร สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และท่าอากาศยาน เข้มงวดในการเฝ้าระวังจากโทรทัศน์วงจรปิด เพิ่มความถี่และเข้มงวดในการออกตรวจพื้นที่ รวมทั้งเข้มงวดการรับฝากสิ่งของสัมภาระจะต้องระบุชื่อและที่อยู่ให้ตรงกับบัตรประจำตัวประชาชน
๓. แผนงานด้านความปลอดภัย ดำเนินมาตรการด้านบริหารจัดการ มาตรการยานพาหนะปลอดภัย และมาตรการผู้ใช้รถใช้ถนนปลอดภัย ดังนี้
- กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน” ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ จำนวน ๒,๑๙๘ แห่ง ให้บริการตรวจรถฟรี ๒๐ รายการ ตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ ตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถบนถนนสายหลัก
- กรมเจ้าท่า จัดเจ้าหน้าที่ออกตรวจสภาพความพร้อมของตัวเรือ เครื่องจักรและอุปกรณ์ประจำเรือ (ชูชีพ) ให้มีสภาพเหมาะสมพร้อมใช้งาน หากตรวจพบข้อบกพร่องให้แก้ไขทันที
- บริษัท ขนส่ง จำกัด และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์พนักงานขับรถโดยสาร ตรวจวัดแอลกอฮอล์พนักงานประจำรถก่อนออกปฏิบัติหน้าที่ตรวจสภาพความพร้อมของรถพร้อมอุปกรณ์ส่วนควบก่อนออกให้บริการ
- การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ตรวจจับรถที่ใช้ความเร็วเกินกำหนดด้วยเครื่องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ จัดตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์และกวดขันวินัยจราจรในทางพิเศษร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจัดตั้งจุดตรวจกวดขันรถกระบะบรรทุกคนท้ายกระบะที่ไม่มีหลังคาห้ามใช้ทางพิเศษ
หมายเลขสายด่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่ใช้ในการประสานงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ ๒๕๕๖
ศูนย์ปลอดภัยกระทรวงคมนาคม ๑๓๕๖
กรมทางหลวง ๑๕๘๖
กรมทางหลวงชนบท ๑๑๔๖
กรมการขนส่งทางบก ๑๕๘๔
กรมเจ้าท่า ๑๑๙๙
บริษัท ขนส่ง จำกัด ๐ ๒๙๓๖ ๒๙๖๓ ต่อ ๕๒๖ และ ๕๒๗
การท่าเรือแห่งประเทศไทย ๐ ๒๒๖๙ ๓๑๙๑ และ ๐ ๒๒๖๙ ๓๑๙๙
การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ๑๕๔๓
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะรายงานผลการปฏิบัติงานผ่านระบบของศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงคมนาคม (MOTOC) ในช่วงระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๗ เมษายน ๒๕๕๖ เพื่อให้บริการระบบบริหารจัดการอุบัติเหตุด้านการขนส่งแก่หน่วยงานทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่อำนวยความสะดวกในการสื่อสารเชื่อมโยงจากระบบเครือข่าย (MOTNET) และอำนวยความสะดวกในการจัดทำรายงานและการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุประจำวัน ทั้งในภาพรวมของกระทรวงคมนาคม ระดับกรม และระดับหน่วยงานในส่วนภูมิภาค พร้อมทั้งติดตามแก้ไขสถานการณ์เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน โดยมีปลัดกระทรวงคมนาคม และรองปลัดกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ
