www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑ โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ระยะที่ ๑ กรุงเทพฯ - พิษณุโลก

กระทรวงคมนาคม โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเวทีสาธารณะ ระดมสมองทุกภาคส่วน ร่วมคิด ร่วมพลิกมิติใหม่อนาคตประเทศไทยด้วยรถไฟความเร็วสูง จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑ โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ระยะที่ ๑ กรุงเทพฯ - พิษณุโลก คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี ๒๕๖๑

พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ ๑ โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูง สายกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ระยะที่ ๑ กรุงเทพฯ - พิษณุโลก โดยมี นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สนข. ผู้แทนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และประชาชนจากจังหวัดปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ลพบุรี และกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมการสัมมนากว่า ๒๕๐ คน เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องแคทรียา โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทางราง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายและการบริหารจัดการขนส่งผู้โดยสาร สินค้า และบริการ ทั้งในพื้นที่ชนบท พื้นที่เมือง และระหว่างประเทศ รวมทั้งสนับสนุนการขยายฐานการผลิตตามแนวเส้นทางรถไฟ โดยเร่งพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่งให้เชื่อมโยงโครงข่ายภูมิภาคอาเซียน โดยกำหนดไว้ ๔ เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ กรุงเทพฯ - นครราชสีมา กรุงเทพฯ - หัวหิน และส่วนต่อขยายแอร์พอร์ตลิ้งค์ สุวรรณภูมิ - ชลบุรี - พัทยา ซึ่งดำเนินงานโดยกระทรวงคมนาคม และมอบหมายให้ สนข. ดำเนินการ ศึกษาและออกแบบโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางเร่งด่วนที่จะช่วยเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่ภาคเหนือให้สมบูรณ์และเป็นทางเลือกหลักในการเดินทางและขนส่งสินค้าที่ประหยัด รวดเร็ว ปลอดภัย และกำหนดเวลาได้

การสัมมนาในครั้งนี้ ได้นำเสนอศักยภาพของรถไฟความเร็วสูงที่จะพลิกมิติใหม่ของการเดินทางจากกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ ๖๘๐ กิโลเมตร ภายในเวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง ด้วยความเร็ว ๓๐๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถขนผู้โดยสารได้ ๘๐๐ คน/เที่ยว เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางสู่ภาคเหนือถึงทุกจังหวัดสำคัญสามารถครอบคลุมมากกว่าการขนส่งทางอากาศ และรวดเร็วกว่าระบบรางทั่วไป ซึ่งจะส่งผลให้มีการเดินทางด้วยรถยนต์น้อยลง และลดการนำเข้าพลังงานในภาคการขนส่งของประเทศได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะทางภาคเหนือซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว นอกจากนั้น การพัฒนารถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ - เชียงใหม่ ยังเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเชื่อมโยงศูนย์กลางของประเทศสู่ศูนย์กลางภูมิภาค และเชื่อมต่อการคมนาคมกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมธุรกิจ การท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า OTOP และธุรกิจ SMEs ให้ก้าวสู่ระดับสากล อีกทั้งยังเอื้อให้เกิดการพัฒนาเมือง นำไปสู่การจ้างงาน สร้างอาชีพ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนในระยะยาว

นายจุฬา สุขมานพ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินโครงการฯ จะศึกษาความเหมาะสมด้านต่าง ๆ งานออกแบบกรอบรายละเอียด จัดทำเอกสารประกวดราคา และงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่ง สนข. ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยที่ผ่านมา สนข. ได้จัดสัมมนาแล้ว ๒ จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๕๖ และจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๖ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนอย่างครอบคลุมและทั่วถึง ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาปรับปรุงโครงการให้มีความเหมาะสม ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมน้อยที่สุด อันจะทำให้การดำเนินโครงการประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง

รัฐบาลมุ่งเน้นให้รถไฟความเร็วสูงเป็นยุทธศาสตร์ของชาติที่เป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาขนส่งภูมิภาคเพื่อยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจ และชีวิตให้ประชาชนท้องถิ่นในทุก ๆ ด้านที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันกับนานาประเทศ และตอบสนองการเดินทาง พร้อมทั้งเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม อันจะส่งผลต่อความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดยรวมต่อไป