นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยพลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงผลการดำเนินงานในรอบ ๑ ปีของกระทรวงคมนาคมภายใต้การบริหารของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เน้นการขับเคลื่อนทั้งนโยบายเร่งด่วนและนโยบายโครงสร้างพื้นฐานในระยะยาวเพื่อให้เกิดการบูรณาการการขนส่งและการจราจรให้มีประสิทธิภาพ เพียงพอ ทั่วถึง คุ้มค่าและเป็นธรรม โดยการแปลงนโยบายรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง วางแผนการดำเนินงานในทุกระดับอย่างชัดเจนเพื่อให้สามารถเร่งรัดติดตามได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งบูรณาการการทำงานด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการบูรณาการงานด้านการขนส่งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศและทางราง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในสังกัดกระทรวงคมนาคม หน่วยงานภายนอกและภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานให้ข้อเสนอแนะและแก้ไขปัญหาให้ตรงประเด็น ซึ่งจากการดำเนินงานแนวทางดังกล่าวทำให้กระทรวงคมนาคมมีผลการดำเนินงานที่มีความคืบหน้า รวมทั้งมีกรอบแนวทางการดำเนินงานในอนาคตเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนทุกคน ดังนี้
ฟื้นฟู : บูรณะโครงสร้างพื้นฐานจากปัญหาอุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน จากปัญหาอุทกภัยในช่วงปลายปี ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากการใช้เส้นทางสายหลักและโครงข่ายถนนที่สำคัญ สนับสนุนเครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์และกำลังคนในการจัดทำพนังกั้นน้ำและเขื่อนดิน เข้าร่วมโครงการใช้เรือเร่งผลักดันน้ำเพื่อระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา จัดรถโดยสารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ตลอดจนจัดตั้งศูนย์อำนวยการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและเปิดรับบริจาคสิ่งของเพื่อบรรจุเป็นถุงยังชีพแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการคมนาคม (MOTOC) เพื่อเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูลการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยซึ่งเชื่อมต่อกับระบบศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรีเพื่อติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการต่าง ๆ ได้
ดูแล : ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ดำเนินโครงการรถเมล์ฟรี เพื่อประชาชน โครงการรัฐช่วยคนไทย ขึ้นรถไฟฟรี การปรับลดอัตราค่าโดยสารสำหรับรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด การยกเลิกเงินประกันบัตรอัตโนมัติ (Easy Pass) และเพิ่มช่องทางการเติมเงิน การยกระดับคุณภาพการให้บริการสาธารณะด้วยการ จัดระเบียบรถแท็กซี่และรถตู้โดยสารสาธารณะเพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้โดยสาร เพิ่มช่องทางการรับชำระภาษีรถยนต์ การพัฒนาคุณภาพการบริการของพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะและพนักงานเก็บค่าโดยสาร รวมทั้งปรับปรุงด้านความสะดวก ปลอดภัยการเดินเรือในคลองแสนแสบ และการบริการด้านการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับพาหนะทางน้ำโดยไม่หยุดพักกลางวัน เป็นต้น
แก้ไข : พัฒนาโลจิสติกส์การขนส่ง กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับระบบโลจิสติกส์และเปิดให้บริการแล้ว ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำโขง จังหวัดนครพนม ท่าเรือเชียงแสนแห่งที่ ๒ จังหวัดเชียงราย รถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา - ศรีราชา - แหลมฉบัง การขยายทางสายประธานให้เป็น ๔ ช่องจราจร สายอุตรดิตถ์ - อำเภอเด่นชัย สายเพชรบูรณ์ - อำเภอหล่มสัก และสายแยกทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ - อำเภอบางปะหัน การพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อเพิ่มศักยภาพและส่งเสริมกิจการขนส่งทางอากาศของประเทศ การจัดหาเครื่องบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และทางเฉลิมราชดำริ ๘๔ พรรษา (ทางเชื่อมต่อทางพิเศษกาญจนาภิเษก (บางพลี - สุขสวัสดิ์) กับถนนวงแหวนอุตสาหกรรม)
สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงาน ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางพิเศษสายศรีรัช - วงแหวน รอบนอกกรุงเทพมหานคร โครงการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน - สระบุรี - นครราชสีมา บางใหญ่ - นครปฐม - กาญจนบุรี ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด นครปฐม - สมุทรสงคราม - ชะอำ และบางปะอิน - นครสวรรค์ โครงการจัดซื้อรถยนต์โดยสารใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) เป็นเชื้อเพลิง จำนวน ๓,๑๘๓ คัน โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี ๑ โครงการขยายถนนราชพฤกษ์ ระยะที่ ๒ (ตอนที่ ๑) โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา โครงการก่อสร้างเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่านเพื่อการเดินเรือ โครงการศึกษาออกแบบรายละเอียดทางด้านวิศวกรรมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ ๓ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ ๒ โครงการก่อสร้างท่าอากาศยานภูเก็ต การจัดตั้งสายการบินไทยสมายล์ โครงการ Airport Rail Link ส่วนต่อขยายช่วงมักกะสัน - พญาไท - ดอนเมือง และสุวรรณภูมิ - ชลบุรี - พัทยา - ระยอง โครงการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ การพัฒนาระบบตั๋วร่วมและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของการรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้น
มุ่งไกลอาเซียน : สร้างความเชื่อมโยงโครงข่ายในภูมิภาค กระทรวงคมนาคมได้สร้างและกระชับความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคมากยิ่งขึ้น ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง การจัดทำความตกลงร่วมกันในเรื่องต่าง ๆ และการจัดทำกฎหมายเพื่อรองรับการดำเนินการตามความตกลงระหว่างประเทศ ดังนี้ การพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง (กรุงเทพฯ - เวียงจันทน์) การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ (บึงกาฬ - ปากซัน) การก่อสร้างถนนและสะพานเชื่อมต่อระหว่างประเทศไทยกับเมียนมาร์ การเปิดเดินรถขนส่งระหว่างไทย - กัมพูชา การเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟสายสิงคโปร์ - คุนหมิง
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้กำหนดทิศทางสำหรับแผนการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบการคมนาคมขนส่ง พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๓ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน กระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภูมิภาคเพื่อปรับให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและภาคเอกชนในโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย การลงทุนระบบรางที่ต้องดำเนินการควบคู่กับการปรับปรุงระบบรถไฟที่มีอยู่และการลงทุนเพื่อพัฒนารถไฟความเร็วสูง เป็นต้น
กระทรวงคมนาคม แถลงผลการดำเนินงานในรอบ ๑ ปี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยพลตำรวจโท ชัจจ์ กุลดิลก และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงผลการดำเนินงานในรอบ ๑ ปีของกระทรวงคมนาคมภายใต้การบริหารของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี (นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร)
