ในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส เป็นธรรมและประหยัดอย่างมีเหตุผล เพื่อวางรากฐานการทำงานอย่างเป็นระบบและสร้างมาตรฐานการบริหารจัดการโครงการที่ดี ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การพัฒนาและจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งอย่างทั่วถึง เพียงพอได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ ดำเนินโครงการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการ (Logistics) ของประเทศ
โดยเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการทางรถไฟ เพื่อเป็นระบบหลักในการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่สามารถขนส่งได้ครั้งละมากและมีต้นทุนต่ำ ทำให้สามารถลดต้นทุนการขนส่งของประเทศและส่งเสริมศักยภาพในการแข่งขันได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เร่งรัดในโครงการนื้ ที่สำคัญมี 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เส้นทางฉะเชิงเทรา – ศรีราชา – แหลมฉบัง และโครงการนำร่องการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางรถไฟเชื่อมต่อกับทางเรือ ระหว่างนครสวรรค์ – แหลมฉบัง , ขอนแก่น – นครราชสีมา – แหลมฉบัง เพื่อเป็นโครงการต้นแบบของการให้บริการการขนส่งที่รองรับการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าทางรถไฟที่มีประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้จริง การดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางฯ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินการพัฒนาโครงการฯ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2550 แล้วนั้น กระทรวงคมนาคมมีแผนดำเนินการโครงการสายสีแดง ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชันก่อน โดยคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2550 ได้พิจารณาอนุมัติโครงการฯ แล้ว ส่วนสายทางอื่น ๆ กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนการดำเนินงานและกำหนดการประกวดราคาและระยะเวลาเริ่มก่อสร้างที่ชัดเจนไว้เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้จัดทำได้จัดทำสมุดปกขาว เรื่อง “แนวทางการพัฒนาระบบการขนส่งสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” เพื่อวางรากฐานที่ดีในการพัฒนาและการบริหารระบบขนส่งของประเทศในระยะยาวให้เกิดประสิทธิภาพ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมประชุมหารือกับหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนจัดประชุมหรือจัดประชาพิจารณ์กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบก่อนที่กระทรวงคมนาคมจะนำมาใช้เป็นกรอบแนวทางในการลงทุนด้านการคมนาคมขนส่ง และจัดทำแผนงาน/โครงการของหน่วยงานในสังกัดเพื่อพัฒนาระบบการขนส่งของประเทศต่อไป
