นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ณ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านโคกก่อง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ว่า การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และร่วมแสดงความจงรักภักดีในวโรกาสอันเป็นมิ่งมงคลวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ รวมทั้งเพื่อให้เกษตรกรที่มีปัญหาด้านการเกษตร สามารถเข้าถึงการบริการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ และได้รับการแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรแบบครบวงจรในคราวเดียวกัน โดยให้ความรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ที่ก้าวหน้า ทันสมัยและเหมาะสมกับพื้นที่ เน้นการแก้ไขปัญหาในกรณีเร่งด่วนและทันต่อเหตุการณ์ โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จะให้บริการแก่เกษตรกรในรูปแบบการให้บริการเคลื่อนที่แบบบูรณาการ ตลอดจนเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้าคุณภาพของกลุ่มแม่บ้านสายใยรักแห่งครอบครัวฯ และวิสาหกิจชุมชนของแต่ละจังหวัด โดยการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ จะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2556
นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อไปว่า การจัดคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ของจังหวัดมหาสารคาม โดยมีเกษตรกรมาร่วมโครงการฯ และรับบริการ จำนวน 1,000 คน ซึ่งเกษตรกรสามารถรับบริการในคลินิกเกษตรต่าง ๆ ได้ เช่น คลินิกพืช คลินิกดิน คลินิกสัตว์ คลินิกประมง คลินิกชลประทาน คลินิกบัญชี คลินิกสหกรณ์ คลินิกกฎหมายเกี่ยวกับปฏิรูปที่ดิน และคลินิกยางพารา นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ มาร่วมบริการ เช่น ศูนย์ส่งเสริมวิศกรรมเกษตรที่ 3 จังหวัดร้อยเอ็ด ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรมหาสารคาม ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติ ฯ ร้อยเอ็ด และหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ รวมทั้งยังมีการจัดนิทรรศการโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระอุปถัมภ์ของพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมทั้งนำผลิตภัณฑ์ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมาแสดงและจำหน่ายด้วย
“การจัดโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ ฯ เป็นรูปแบบหนึ่งของการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการให้บริการแก่เกษตรกรในพื้นที่ดำเนินการในลักษณะเชิงรุก โดยเน้นแก้ไขปัญหาการเกษตรที่เป็นเรื่องเร่งด่วนอย่างรวดเร็วทั่วถึงครบถ้วนทุกด้าน ภายใต้การบูรณาการหน่วยงานในสังกัดในจังหวัดมหาสารคาม ในแต่ละสาขาทั้งด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง ดิน น้ำ สหกรณ์ บัญชี และกฎหมาย พร้อมอุปกรณ์และเครื่องมือในการตรวจวิเคราะห์ วินิจฉัย ประกอบการให้บริการทำให้เกษตรกรสามารถเข้ารับบริการทุกด้านในคราวเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเกษตรสมบูรณ์เพิ่มพูนสุขภาพแม่ลูก และกิจกรรมเสริมเพิ่มรายได้กับหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมลูก ภายใต้โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวในพระราชูปถัมภ์ พระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำไปใช้ในการประกอบอาชีพของเกษตรกรต่อไป” นายยุทธพงศ์ กล่าว