www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงเกษตรฯ ประกาศปิดอ่าวฝั่งอันดามัน 3 เดือน ใน 4 จังหวัด เผยจากการปฏิบัติตามมาตรการพบผลผลิตประมงเพิ่มสูงกว่า 86,000 ตัน มูลค่า 2,000 ล้านบาท

กระทรวงเกษตรฯ ประกาศปิดอ่าวฝั่งอันดามัน 3 เดือน ใน 4 จังหวัด เผยจากการปฏิบัติตามมาตรการพบผลผลิตประมงเพิ่มสูงกว่า 86,000 ตัน มูลค่า 2,000 ล้านบาท ย้ำเจ้าหน้าที่เข้มงวดตามข้อกฎหมาย พร้อมร่วมมือชาวประมงในพื้นที่ หวังอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำไว้ใช้อย่างยั่งยืน

         นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูที่มีไข่และวางไข่เลี้ยงลูก ฝั่งทะเลอันดามัน ประจำปี 2556 ณ ศูนย์บริหารจัดการประมงฝั่งทะเลอันดามัน ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง ได้ประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูปลาที่มีไข่ และวางไข่เลี้ยงลูก ฝั่งทะเลอันดามัน หรือที่เรียกกันว่าการปิดอ่าวฝั่งอันดามัน เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน - 30 มิถุนายน 2556 ครอบคลุมพื้นที่ 4, 696 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2 ล้านไร่ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่  และตรัง โดยในปีที่ผ่านมา ผลจากการสำรวจสภาวะทรัพยากรบริเวณเขตปิดอ่าวฯ พบว่า ในช่วงระหว่างมาตรการฯ และช่วงท้ายมาตรการฯ มีอัตราการจับสัตว์น้ำเฉลี่ย 292 และ 257 กก./ชม. ซึ่งมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น 1.7 และ 1.5 เท่า เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนมาตรการฯ ซึ่งมีปริมาณอยู่ที่ 168 กก./ชม. ประกอบกับข้อมูลจากผลของการทำประมงพาณิชย์ และประมงพื้นบ้าน ที่พบว่าได้ผลผลิตในพื้นที่มากกว่า 86,017 ตัน มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่มีปริมาณอยู่ที่ 85,262 ตัน รวมไปถึงพื้นที่บริเวณที่เคยเสื่อมโทรม ปลาผิวน้ำ และปลาหน้าดินที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจหลายชนิดที่เคยหายไป ตลอดจนทรัพยากรสัตว์น้ำที่ลดน้อยลง จากการทำประมงที่มากเกินสมดุลของธรรมชาติที่จะผลิตทดแทนได้ทัน (Over fishing) กลับมาฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ดังนั้น จึงสามารถยืนยันได้ว่ามาตรการปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน สามารถรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำที่กำลังมีไข่ และเข้ามาวางไข่เลี้ยงลูก ให้เพิ่มปริมาณขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปลาทู ซึ่งเป็นทรัพยากรสัตว์น้ำเศรษฐกิจของประเทศ ได้อย่างแน่นอน


         นายศิริวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า การประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในฤดูปลาที่มีไข่ และวางไข่เลี้ยงลูก ฝั่งทะเลอันดามัน ประจำปี 2556 นี้ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวยึดถือและปฏิบัติตามกฎหมายโดยเคร่งครัด เข้มงวดกวดขันไม่มีการผ่อนผัน รวมทั้งขอความร่วมมือจากชาวประมงและทุกคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันดำเนินการตามมาตรการปิดอ่าวฯ อย่างเข้มแข็ง อันจะส่งผลดีต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

           ด้านนายสุรจิตต์ อินทรชิต รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเครื่องมือทำการประมงต้องห้ามตามประกาศฉบับนี้ ประกอบด้วย 1) เครื่องมืออวนลากทุกประเภททุกขนาดที่ใช้ประกอบเรือกล 2)  เครื่องมืออวนประเภทล้อมจับทุกชนิด 3)  เครื่องมืออวนติดตาที่มีช่องตาเล็กกว่า 4.7 ซม.  สำหรับเครื่องมือที่ยกเว้นให้ทำการประมงได้ตามประกาศฉบับนี้ ได้แก่ เครื่องมืออวนล้อมจับปลากะตักทำการประมงเฉพาะในเวลากลางวันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก  เครื่องมืออวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบกับเรือกล (เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเข้มีคานถ่าง หรือ อวนลากที่ใช้ประกอบกับเรือกล ซึ่งใช้เชือกเส้นใยประดิษฐ์เป็นสายลาก) เฉพาะในเวลากลางคืน ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น และเครื่องมืออวนโป๊ะ ส่วนบทกำหนดโทษ  หากมีชาวประมงรายใดฝ่าฝืนใช้เครื่องมือต้องห้ามทำการประมงในพื้นที่ที่ได้ประกาศปิดอ่าวฯ ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ห้าพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นบาท หรือ จำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือทั้งปรับทั้งจำ โดยขอให้พี่น้องชาวประมง โปรดให้ความร่วมมือกับทางราชการ งดทำการประมงด้วยเครื่องมือดังที่กล่าวข้างต้น ในพื้นที่ที่กำหนด เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางที่วางเป้าหมายไว้ คือ “งดจับปลาฤดูมีไข่  อนุรักษ์ไว้ใช้อย่างยั่งยืน”