www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
เกษตรฯ เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค แจงผลจัดที่ดินคืบกว่า 1,000 ราย ใน 18 จังหวัด

เกษตรฯ เดินหน้าช่วยเหลือเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค แจงผลจัดที่ดินคืบกว่า 1,000 ราย  ใน 18 จังหวัด พร้อมเร่งแจ้งสิทธิต่อผู้ยังไม่แสดงตนเพื่อจัดซื้อ-จัดที่ดินแล้วเสร็จใน 30 ก.ย. 56

นายศิริวัฒน์  ขจรประศาสน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค ใน 24 จังหวัด ในภาพรวมมีความก้าวหน้าเป็นลำดับ โดยมีเกษตรกรเข้ารับความช่วยเหลือตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 จำนวน 1,889 ราย ตรวจสอบตามหลักเกณฑ์พบว่ามีคุณสมบัติครบ จำนวน 1,500 ราย  ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) เห็นชอบแผนการจัดซื้อที่ดิน ซึ่งเป็นการตกลงซื้อขายที่ดินกับเจ้าของที่ดินแล้ว จำนวน 18 จังหวัด เนื้อที่ประมาณ 15,770-1-43 ไร่ สามารถจัดให้เกษตรกร จำนวน 1,070 ราย รวมค่าที่ดินประมาณ  819        ล้านบาท  ทั้งนี้ ยังมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มาแสดงตน จึงได้มอบหมายให้ ส.ป.ก.ดำเนินการรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำประกาศรายชื่อเกษตรกรให้ทราบถึงสิทธิการให้ความช่วยเหลือตามมติ ครม. การทำหนังสือตอบรับไปยังเกษตรกร เพื่อแจ้งสิทธิการให้ความช่วยเหลือ  ตลอดจนการประสานไปยังแกนนำกลุ่มเกษตรกรต่างๆ เพื่อให้ช่วยแจ้งสิทธิแก่เกษตรกรทราบ และให้มาแสดงตนต่อ ส.ป.ก.จังหวัดที่ประสงค์ให้จัดซื้อและจัดที่ดิน พร้อมคัดเลือกแปลงที่ดินที่มีความพึงพอใจให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2556 เพื่อให้ ส.ป.ก.ดำเนินการจัดซื้อที่ดินเพื่อนำมาจัดให้เกษตรกรตามโครงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค  ต่อไป


นายศิริวัฒน์  กล่าวต่อไปว่า นอกจากการช่วยเหลือด้านที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรสภาประชาชน 4 ภาค แล้ว กระทรวงเกษตรฯ ยังมีการพัฒนาพื้นที่ในแปลงที่ดินดังกล่าวอีกด้วย อาทิ การขุดสระเก็บน้ำ  การส่งเสริมการทำเกษตรกรรมสาขาต่างๆ ทั้งเพาะปลูกหรือปศุสัตว์ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่  การบูรณาการกิจกรรม/โครงการของหน่วยงานในสังกัดให้ครอบคลุมถึงกลุ่มเกษตรกรสภาประชาชนฯ เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการก้าวเข้าสู่การเป็น Smart Farmer ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อพัฒนาให้เกษตรกรมีศักยภาพ ทั้งทางด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาด มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยใช้แนวทางพัฒนาการเกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่  และสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ทั้งด้านการผลิต การบริหารจัดการ และการตลาด เข้าสู่ภาคเกษตร โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในท้องถิ่นอีกด้วย