นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย กล่าวว่า การใช้ยางพาราในประเทศตั้งแต่ในปี พ.ศ. 2551 ประเทศไทยมีอัตราการใช้ยางในประเทศคิดเป็น 0.40 ล้านตัน และในปี พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา มีอัตราการใช้ยางในประเทศคิดเป็น 0.53 ล้านตัน ซึ่งคิดเฉลี่ยเป็นอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.96 ต่อปี สำหรับแนวโน้มการใช้ยางพาราในประเทศของปี พ.ศ.2556-2563 มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.55 ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 14 ของผลผลิต โดยคาดว่าในปี พ.ศ.2556 จะใช้ยางเพิ่มขึ้น 0.55 ล้านตัน ส่วนในปี พ.ศ.2563 จะมีการใช้ยางในประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 0.60 ล้านตัน
นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากยางเป็นสินค้าส่งออกสำคัญลำดับต้นของไทย สามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมาก แต่ยางที่ส่งออกส่วนใหญ่อยู่ในรูปของวัตถุดิบ หรือยางแปรรูปอย่างง่ายทำให้มีความเสี่ยงในด้านราคาและเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ดังนั้น รัฐบาลจึงให้ความสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา ซึ่งนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำให้แก่เกษตรกรในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมโอกาสแก่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางพาราในประเทศอีกด้วย และที่สำคัญยังช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์การเพิ่มมูลค่ายางพาราไทย ซึ่งมีหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม เอกชน และภาคเกษตรกรร่วมบูรณาการ
นายยุทธพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการแต่งตั้งคณะทำงานการส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ เพื่อดำเนินการสร้างถนนยางพาราโดยการใช้ยางพาราผสมแอสฟัลต์ทำถนน ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้มีการกำหนดพื้นที่โครงการก่อสร้างถนนดังกล่าวเพื่อวิจัยในบริเวณ จ.นครศรีธรรมราช แต่พบปัญหาเกี่ยวกับประเด็นกรรมสิทธิ์ที่ดินจึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามแผนที่วางไว้ได้ ในปีนี้จึงได้ดำเนินการจัดหาพื้นที่ใหม่ที่เหมาะสม โดยให้มีการพิจารณาคัดเลือกเส้นทางใหม่โดยใช้หลักเกณฑ์ด้านปริมาณจราจรหนาแน่น เป็นเส้นทางการส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมทั้งมีการปลูกยางในบริเวณใกล้เคียงเส้นทางดังกล่าวด้วย ซึ่งคณะทำงานฯ ได้เสนอเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 44 อ่าวลึก-บางสวรรค์ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ กม.4+500 – กม.21+400 มีผิวจราจรกว้าง 11 เมตร รวมระยะทาง 17 กม. มีปริมาณจราจรเฉลี่ย 5,300 คัน/วัน และรถบรรทุกหนัก 500 คัน/วัน ซึ่งเส้นทางดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักทางหลวงกระบี่ (สุราษฎร์ธานี) กรมทางหลวง ดังนั้น การลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อเป็นการสำรวจความเหมาะสมของเส้นทางอีกครั้ง ก่อนจะสรุปแผนการดำเนินงานโครงการทั้งหมดเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) เพื่อพิจารณาต่อไป
“เส้นทาง อ่าวลึก-บางสวรรค์ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ จะเป็นโครงการถนนยางพาราสู่ระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศ ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นการนำร่องเพิ่มการใช้ยางในประเทศไทย และจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราของไทยได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเป็นโอกาสดีที่เส้นทางนี้จะกลายเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศอีกเส้นทางหนึ่ง โดยจะนำโครงการนี้ประชาสัมพันธ์ในงาน ASEAN Rubber Day ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 10-12 เมษายนนี้ ณ จ.ภูเก็ตด้วย” นายยุทธพงศ์ กล่าว
