www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงเกษตรฯ ชี้ผลสุ่มตรวจสินค้าพืชผัก ประมง ปศุสัตว์ ตลาดไทและตลาดโมเดิร์นเทรดไม่พบยาและสารเคมีตกค้าง

กระทรวงเกษตรฯ ชี้ผลสุ่มตรวจสินค้าพืชผัก ประมง ปศุสัตว์ ตลาดไทและตลาดโมเดิร์นเทรดไม่พบยาและสารเคมีตกค้าง เตรียมขยายผลสุ่มตรวจตลาดเทศบาลทั่วประเทศสกัดสารตกค้างในสินค้าเกษตร พร้อมเร่งประสาน ก.สาธารณสุขขอรายชื่อเกษตรกรที่ตรวจพบสารเคมีเกษตรตกค้างในร่างกาย เพื่อปรับวิธีการใช้สารเคมีของเกษตรกรให้ถูกต้อง

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า จากผลการสุ่มตรวจตลาดค้าส่ง และโมเดิร์นเทรด คือ ตลาดไท และตลาดโมเดิร์นเทรด สยามแมคโคร คลองสาม ปทุมธานี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยได้สุ่มเก็บตัวอย่างผัก ได้แก่ ผักใบเขียวต่างๆ สินค้าประมง เช่น กุ้งขาว ปลานิล และปลาทับทิม และสินค้าปศุสัตว์ เช่น เนื้อสุกร เนื้อวัว และเนื้อไก่ โดยผลการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการของสินค้าพืชจากกรมวิชาการเกษตร สินค้าประมงจากกรมประมง และสินค้าปศุสัตว์จากกรมปศุสัตว์ พบว่า ไม่มีการตรวจพบสารเคมีตกค้างหรือเกินเกณฑ์ค่ามาตรฐานแต่อย่างใด   
แต่อย่างไรก็ตาม จากการรายงานข้อมูลการตรวจสอบสินค้าเกษตรในระบบฟาร์มทั้งสินค้าพืช ประมงและปศุสัตว์ปัจจุบันพบว่า ฟาร์มพืชที่เข้าอยู่ในระบบจีเอพีแล้วไม่มีการตรวจพบสารตกค้าง  ส่วนฟาร์มที่เกษตรกรยังไม่เข้าระบบอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบ ด้านประมงก็ไม่พบสารปฏิชีวนะหรือสารเคมีตกค้าง  ขณะที่ด้านปศุสัตว์ได้ดำเนินการตรวจสารเร่งเนื้อแดงในสุกร และโค ซึ่งพบบางกรณีได้มีการใช้สารเร่งเนื้อแดงและได้ดำเนินคดีไปตามขั้นตอน  ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานรายงานผลการติดตามฟาร์ม GAP จากทุกกรม และมาตรการในการดำเนินการเมื่อตรวจสอบพบการใช้สารเคมีทางการเกษตรทั้งกลุ่มที่เป็นสารต้องห้าม หรือใช้ปริมาณที่มากซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคมายังกระทรวงเกษตรฯ ภายในสัปดาห์หน้า  เพื่อไปสู่กระบวนการชี้แจงและให้ความรู้ที่ถูกต้องกับเกษตร และเกิดความปลอดภัยทางสินค้าเกษตรและอาหารให้แก่ผู้บริโภคต่อไป
ด้านนายนิวัต  สุธีมีชัยกุล  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระบวนการสุ่มตรวจตลาดสดและโมเดิร์นเทรดในครั้งนี้  จะไปนำไปสู่การขยายผลที่จะมีการสุ่มตรวจตลาดเทศบาลทั่วประเทศ  โดยมีคณะทำงานในแต่ละจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ที่จะเข้าไปตรวจสอบและกำกับดูแลสินค้าเกษตรที่นำมาจำหน่าย  ซึ่งจะช่วยให้กระทรวงเกษตรฯ สามารถย้อนกลับไปสู่แหล่งผลิตของเกษตรกรได้ทันทีว่ามีการใช้สารเคมีต้องห้าม หรือใช้ปริมาณเกินกว่าทางหลักวิชาการและส่งผลให้เกิดการตกค้าง  ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรฯ จะประสานขอข้อมูลรายชื่อเกษตรกรจากกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ตรวจผลเลือดจากเกษตรกรจำนวนประมาณ 2 แสนรายที่ตรวจพบสารเคมีตกค้างในร่างกาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเร่งเข้าไปสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้ยาและสารเคมีทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรโดยเร่งด่วนต่อไป  รวมถึงการสร้างแรงจูงใจให้แก่เกษตรกรหันมาผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐานจีเอพีที่มีราคาสูงกว่าสินค้าเกษตรที่ผลิตทั่วไปด้วย

..........................................