www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ไทย-ออสซี่เปิดประชุม Codex สาขาระบบตรวจสอบและการออกใบรับรองสินค้าอาหารนำเข้า-ส่งออก ครั้งที่ 20

ไทย-ออสซี่เปิดประชุม Codex สาขาระบบตรวจสอบและการออกใบรับรองสินค้าอาหารนำเข้า-ส่งออก ครั้งที่ 20 พร้อมพิจารณา 4 ประเด็นหลัก มุ่งลดข้อกีดกันทางการค้า เพิ่มความปลอดภัยผู้บริโภคทั่วโลก

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยและออสเตรเลียได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการโคเด็กซ์ สาขาระบบการตรวจสอบและการออกใบรับรองสินค้าอาหารนำเข้าและส่งออก (Codex Committee on Food Import and Export Inspection and Certification Systems หรือ CCFICS) ครั้งที่ 20 ในระหว่างวันที่ 18-22 กุมภาพันธ์ 2556 นี้ ที่โรงแรมแชงกรีลา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถการจัดทำมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยและประเทศสมาชิก Codex ขณะเดียวกันยังเป็นสร้างความร่วมมือในการพัฒนาด้านความปลอดภัยของสินค้าอาหารที่นำเข้าและส่งออก โดยมีตัวแทนประเทศสมาชิก Codex รวมทั้งองค์กรระหว่างประเทศ และองค์กรอิสระต่างๆ  เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 230 คนจาก 57 ประเทศ


"การประชุม CCFICS ครั้งนี้ มีประเด็นพิจารณา 4 ประเด็น ได้แก่ 1.หลักการและแนวทางปฏิบัติสำหรับระบบควบคุมอาหารภายในประเทศ 2.การประเมินประสิทธิภาพของระบบควบคุมอาหารของประเทศตนเองและประเทศคู่ค้า 3.การปรับปรุงแนวทางปฏิบัติสำหรับการควบคุมอาหารในภาวะฉุกเฉินและการส่งคืนอาหารที่นำเข้า ครอบคลุมถึงอาหารสัตว์ และ 4.ปัญหาที่ประเทศผู้ส่งออกกำลังประสบเนื่องจากความซ้ำซ้อนของแบบสอบถามจากประเทศผู้นำเข้า ซึ่งควรเป็นคำถามเฉพาะการผลิตที่มีความปลอดภัยเท่านั้น คาดว่า จะได้มาตรฐานเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งการตรวจสอบและรับรองสินค้าอาหารที่นำเข้าและส่งออก นอกจากนั้น ยังได้แนวทางในการกำหนดมาตรฐานของอาเซียน ซึ่งจะเอื้อต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยในอนาคต ที่สำคัญยังช่วยป้องป้องคุ้มครองผู้บริโภคและลดปัญหากีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็นด้วย” รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว


ทางด้านนายศักดิ์ชัย ศรีบุญซื่อ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยจะสนับสนุนการจัดทำร่างเอกสารเรื่องหลักการและแนวทางปฏิบัติสำหรับระบบควบคุมอาหารภายในประเทศ โดยเห็นควรให้ระบุให้ชัดเจนถึงระดับการนำไปปฏิบัติของประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนา  เพื่อการนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันไทยยังเห็นควรสนับสนุนข้อเสนองานใหม่ในการจัดทำแบบสอบถาม(generic questionnaire) เพื่อช่วยเหลือประเทศผู้ส่งออก

 
ฝ่ายไทยยังเห็นชอบกับการปรับปรุงเอกสารโคเด็กซ์ที่จัดทำไว้แล้วเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติสำหรับการควบคุมความปลอดภัยอาหารภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน และสถานการณ์ปฏิเสธสินค้าอาหารและอาหารสัตว์นำเข้าจากประเทศคู่ค้า ตามร่างเอกสารที่สหรัฐอเมริกาได้แก้ไข อย่างไรก็ตาม ไทยจะร่วมมือกับที่ประชุมสนับสนุนให้สามารถรับรองเอกสารระบบการควบคุมอาหารภายในประเทศ โดยพิจารณาให้เอกสารมีความยืดหยุ่นและเหมาะสมในทางปฏิบัติต่อประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างเท่าเทียมกัน