นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบประมาณ 5,000 ล้านบาท ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง จึงได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ระดับจังหวัด ในจังหวัดที่มีผลผลิตยางและมีสถาบันเกษตรเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อชี้แจงแนวทางการบริหารและการดำเนินโครงการฯดังกล่าว โดยเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับจังหวัด ให้เข้มงวดในการตรวจสอบการดำเนินงานโครงการฯ ทั้งการรับซื้อ การจัดเก็บรักษายางที่รับซื้อจากเกษตรกร ป้องกันปัญหาการทุจริตและการสวมสิทธิ์ เพื่อให้เงินถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆ
นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้การบริหารโครงการฯ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และเงื่อนไข โดยในส่วนของสถาบันเกษตรกรที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ต้องรับผิดชอบ และให้บริการกับสมาชิกของสถาบันเกษตรกรนั้น ๆ ตามจำนวนยางและพื้นที่ปลูกยางที่ให้ผลผลิตแล้ว ไม่เกินรายละ 25 ไร่ ปริมาณไม่เกิน 2 กิโลกรัม/ไร่/วัน เดือนละ ไม่เกิน 17 วัน ทั้งนี้ ปริมาณยางที่สะสมไว้ในการเข้าร่วมโครงการฯ ครั้งแรก ต้องไม่เกิน 15 วัน ของศักยภาพการผลิตนับจากวันแรกที่เริ่มรวบรวมหรือรับซื้อยางจากสมาชิก โดยต้องลงทะเบียนเกษตรกรสมาชิกที่มาขายยาง รวมทั้งแสดงพื้นที่สวนยางที่ให้ผลผลิตกรณีที่มีการเพิ่มพื้นที่ เพิ่มจำนวนสมาชิกที่มีผลทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น คัดคุณภาพยางตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ชั่งน้ำหนักยาง จดบันทึก และจัดทำบัญชีตามที่โครงการฯ กำหนด จ่ายเงินค่าซื้อยาง แปรรูปยาง แสดงเอกสารบัญชีซื้อยางจากสมาชิก เมื่อนำยางมาขายให้องค์การสวนยางทุกครั้ง และรายงานผลให้เลขานุการคณะอนุกรรมการบริหารโครงการฯ ระดับจังหวัด ทุก 15 วัน เพื่อรวบรวมแจ้งให้สำนักงานเลขานุการบริหารโครงการฯ ทุกวันที่ 1 ของเดือน ทั้งนี้ หากสถาบันเกษตรกรไม่ดำเนินการ ให้ตัดสิทธิการซื้อขายจนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จ และถ้าพบว่ามีการทุจริตให้ดำเนินคดีกับสถาบันเกษตรกรนั้นด้วย
