www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่องสุ่มตรวจยาและสารเคมีตกค้างในสินค้าเกษตรที่วางจำหน่ายในท้องตลาด

กระทรวงเกษตรฯ เดินเครื่องสุ่มตรวจยาและสารเคมีตกค้างในสินค้าเกษตรที่วางจำหน่ายในท้องตลาด เพื่อบูรณาการร่วมกับสาธารณสุขและอุตสาหกรรม ในการกำกับดูแลอาหารปลอดภัยในประเทศ

นายยุคล    ลิ้มแหลมทอง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมหารือเชิงบูรณาการในการกำกับดูแลสินค้าเกษตรเพื่อการบริโภค ทั้งสินค้าพืชผัก สินค้าประมงและปศุสัตว์ที่วางจำหน่ายภายในประเทศ ให้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้นจากเดิม เท่าเทียมกับที่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ เมื่อต้นเดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้ นายนิวัติ  สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการผลิต ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอาหารปลอดภัยของกระทรวงเกษตรฯ ทั้ง 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ กรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ และกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อกำหนดแนวทางเชิงบูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงอุตสาหกรรมในการกำกับดูแลอาหารปลอดภัยภายในประเทศ 


  โดยมาตรการหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งรัดดำเนินการให้มีการยกระดับความปลอดภัยอาหารภายในประเทศให้เพิ่มมากขึ้นจนเข้าสู่ระดับเดียวกันกับสินค้าส่งออก คือ  การออกเดินสายสุ่มตรวจสินค้าเกษตร ทั้งสินค้าพืชผัก สินค้าประมง และสินค้าปศุสัตว์ ในตลาดทั้ง 2 ประเภท คือ ตลาดค้าส่ง และโมเดิร์นเทรด ซึ่งในวันนี้  ( 13 ก.พ.56) นายนิวัติ  สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเข้าสุ่มตรวจฯ ที่ตลาดไท อ.คลองหลวง ปทุมธานี และตลาดโมเดิร์นเทรด “สยามแมคโคร” คลองสาม ปทุมธานี โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมวิชาการเกษตร กรมประมง กรมปศุสัตว์ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และกรมส่งเสริมการเกษตร เข้าร่วมประสานงาน ทั้งนี้ ในส่วนของสินค้าพืชจะเน้นที่ผักและผลไม้ สินค้าประมงเน้นที่ปลานิลและกุ้ง ส่วนสินค้าปศุสัตว์จะเน้นที่เนื้อไก่ เนื้อหมู และเนื้อวัว


  ทั้งนี้ ภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากผลการวิเคราะห์ที่มีความละเอียดในระดับห้องปฏิบัติการซึ่งเป็นระดับเดียวกับสินค้าส่งออกได้ครบถ้วนแล้ว คณะทำงานจะร่วมกันวิเคราะห์ร่วมกับผู้ดูแลตลาดทั้ง 2 แห่ง เพื่อนำเสนอแนวทางการกำกับดูแลและการยกระดับอาหารปลอดภัยในประเทศ นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำไปสู่นโยบายในระดับประเทศที่จะมีการบูรณาการร่วมกันในระหว่าง 3 กระทรวงดังกล่าวข้างต้น  ซึ่งเป็นผู้ดูแลสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับความปลอดภัยด้านอาหาร โดยเฉพาะในสินค้าเกษตรที่วางจำหน่ายในท้องตลาดให้มีเพิ่มมากขึ้น จนเท่าเทียมกับสินค้าเกษตรและอาหารของประเทศไทยที่ส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากลกำหนด และมีเปอร์เซ็นต์การตกค้างของยาและสารเคมีต้องห้ามน้อยมาก เมื่อเทียบกับประเทศผู้ผลิตรายอื่นๆ ซึ่งเกิดจากการกำกับดูแลในด้านการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลในทุกรายสินค้า


  “ แม้ว่าการควบคุมการผลิตของสินค้าทุกชนิดที่มีจำหน่ายในประเทศให้เป็นไปตามที่กระทรวงเกษตรฯ กำหนดนั้น จะมีความยากลำบากมากกว่าในส่วนของสินค้าส่งออก เนื่องจากเป็นสินค้าเกษตรที่ผลิตขึ้นเพื่อการบริโภคที่กระจายสู่ผู้บริโภคภายในประเทศ มาจากเกษตรกรมืออาชีพที่ขึ้นทะเบียนผู้ผลิตกับกระทรวงเกษตร ฯ และเกษตรกรรายย่อยๆ ที่ผลิตเพื่อบริโภคเองและนำส่วนเหลือออกจำหน่ายยังตลาดท้องถิ่น แต่การดำเนินการสุ่มตรวจสินค้าเกษตรที่วางจำหน่ายตามแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรดังกล่าว จะทำให้กระบวนขั้นต้นในการควบคุมการผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นไปตามมาตรฐานและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” นายยุคล กล่าว.