นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเดินทางตรวจราชการโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง ณ สำนักงานตลาดกลางยางพาราสงขลา อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2556 อนุมัติให้องค์การสวนยางเบิกจ่ายเงินกู้จาก ธ.ก.ส. วงเงิน 5,000 ล้านบาท (ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2555) เพื่อนำไปรับซื้อยางตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง พร้อมทั้งให้มีการปรับปรุงระบบการบริหารโครงการฯ โดยเฉพาะการจัดหาโกดังสำหรับเก็บยาง ดังนั้น จึงได้เดินทางมาดูโกดังของสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเห็นว่ามีความพร้อมสำหรับการจัดเก็บยางที่จะรับซื้อใหม่ แต่ต้องมีการปรับพื้นให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม รวมทั้งสถานที่ตั้งก็มีความเหมาะสม เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือ และที่สำคัญไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าโกดังจากภาคเอกชน
นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ยางพาราหลังจากดำเนินโครงการฯมาแล้ว ราคายางพาราได้ขยับราคาขึ้นเกิน ก.ก.ละ 100 บาท ส่งผลให้ราคายางพาราในประเทศอยู่ในระดับที่น่าพอใจ และปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะขณะนี้จะมีผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น แต่ปริมาณความต้องการของตลาดต่างประเทศก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วย จากสถานการณ์ของประเทศญี่ปุ่น หลังจากได้มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ก็ได้มีการอัดฉีดระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งในส่วนของประเทศจีนซึ่งเป็นผู้บริโภครายใหญ่ ได้ส่งผู้แทนมณฑลนครชิงเต่า ของประเทศจีน มาเข้าพบตนพร้อมทั้งสอบถามข้อมูลปริมาณยางพารา เนื่องจากขณะนี้ประเทศจีนมีความต้องการยางพาราจำนานมาก จากการที่รัฐบาลจีนได้มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และการดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนรถยนต์เก่า จึงมีความจำเป็นต้องใช้ยางพาราในการผลิตยางรถยนต์มากขึ้น สำหรับการใช้ยางพาราภายในประเทศไทย ก็มีปริมาณการใช้ยางเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากโครงการรถยนต์คันแรก ซึ่งมียอดจองถึง 1,300,000 คัน ประกอบกับขณะนี้กำลังเข้าสู่ฤดูผลัดใบ อากาศหนาว ฝนตกชุก ทำให้ปริมาณผลผลิตยางพาราออกสู่ตลาดลดลงด้วย
นายยุทธพงศ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการปรับปรุงระบบการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง นอกจากการจัดหาโกดังเก็บยางแล้ว ยังได้มีการจัดประชุมผู้ว่าราชการจังหวัด 56 จังหวัด ที่มีสถาบันเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ โดยได้มีการเน้นย้ำเรื่องการดำเนินงานแบบโปร่งใส รัดกุม ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ ป้องกันปัญหาการทุจริตและการสวมสิทธิ์ เพื่อให้เงินถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางจริง ๆ สำหรับกรณีที่มีปัญหาการทุจริตในจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น ได้ส่งเรื่องให้ดีเอสไอ ดำเนินการสอบต่อไปแล้ว
อนึ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาระบบตลาดยางของประเทศ โดยได้จัดตั้งตลาดกลางยางพาราขึ้น 6 แห่ง ที่ จ.สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช หนองคาย บุรีรัมย์ และยะลา เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายผลผลิตยางของผู้ขายไปยังผู้ซื้ออย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ตลอดจนเป็นแหล่งประกาศราคายางที่สำคัญของประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในกระบวนการซื้อขาย การพัฒนาเครือข่ายตลาดกลางยางพารา การเป็นแหล่งสนเทศข้อมูลด้านยาง และการพัฒนาประสิทธิภาพงานบริการ อันส่งผลให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรขายยางได้ในราคาที่สูงขึ้น มีบทบาทต่อการพัฒนาคุณภาพยางแผ่นดิบของเกษตรกร สร้างโอกาสทางการตลาด และสถาบันเกษตรกรที่เป็นเครือข่ายตลาดกลางมีความเข้มแข็งด้านการตลาด และสามารถสร้างอำนาจต่อรองจากการรวมกันขายยาง
