www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
“ยุทธพงศ์” รณรงค์ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจการงดเผาตอซังและฟางข้าว หวังให้เกษตรกรนำความรู้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดในพื้นที่

“ยุทธพงศ์” รณรงค์ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจการงดเผาตอซังและฟางข้าว และกลับมาไถกลบ หวังให้เกษตรกรนำความรู้ไปปฏิบัติและถ่ายทอดในพื้นที่ เพื่อประโยชน์ต่อการปรับปรุงบำรุงดิน และรักษาสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการทำเกษตรกรรม

นายยุทธพงศ์  จรัสเสถียร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงาน  “โครงการรณรงค์งดเผาตอซังและฟางข้าว  สร้างดินยั่งยืนฟื้นสิ่งแวดล้อม”  ณ  บ้านเหล่าอีหมัน  ตำบลหนองเม็ก  อำเภอนาเชือก  จังหวัดมหาสารคาม  ว่า  ตามที่รัฐบาลได้กำหนดนโยบายการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์เพื่อให้เกิดผลหลายด้าน คือ มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคภายในประเทศ  รวมทั้งการส่งออก  ประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าปุ๋ยเคมี  สารกำจัดวัชพืช และแมลงศัตรูพืช  และฟื้นฟูระบบนิเวศ  รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ผลิตเกิดสำนึกต่อผู้บริโภค  ดังนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  โดยกรมพัฒนาที่ดิน  ซึ่งมีหน้าที่หลักในการดูแลทรัพยากรดินในประเทศไทย  ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม  จึงได้มีการรณรงค์ให้เกษตรกรงดเผาตอซังและฟางข้าว  เพื่อปรับปรุงบำรุงดินให้สามารถใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเป็นการปลุกจิตสำนึก และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรได้ทราบถึงประโยชน์จากการไถกลบตอซัง รวมทั้งสาธิตวิธีการไถกลบตอซังข้าวที่ถูกต้องและเหมาะสม ให้แก่เกษตรกร  นำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเอง  ตลอดจนรักษาสิ่งแวดล้อม และภาวะโลกร้อนที่เกิดจากการเผาตอซัง


“รัฐบาลได้มีนโยบายการดำเนินการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์  ได้แก่  การรณรงค์งดเผาตอซังและหว่านพืชปุ๋ยสด  โดยรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนทัศนคติงดการเผา และให้นำวัสดุตอซังที่เหลือใช้จากไร่นา มาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน โดยการไถกลบตอซังร่วมกับหว่านพืชปุ๋ยสดแล้วไถกลบ  พืชปุ๋ยสด  ก็จะย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในดิน  จะช่วยให้เกษตรกรลดการพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมี  และช่วยเพิ่มคุณภาพดินให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน  เพิ่มผลผลิต  ลดต้นทุนการผลิต  ทำให้สภาวะแวดล้อมดีขึ้น และสามารถลดภาวะโลกร้อน ได้อีกด้วย”  นายยุทธพงศ์  กล่าว


นายยุทธพงศ์  กล่าวอีกว่า จังหวัดมหาสารคามที่มีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 2.5 ล้านไร่  จะมีเศษเหลือของวัสดุจากการเกษตร  เช่น  ตอซังพืช  ฟางข้าว  และอื่น ๆ  กว่า 550 ตันต่อปี  ซึ่งเศษวัสดุการเกษตรเหล่านี้  มีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชและอินทรียวัตถุที่เป็นประโยชน์ต่อพืช  แต่ปัจจุบันเกษตรกรยังขาดการจัดการที่เหมาะสม  มีการเผาทิ้งหลังการเก็บเกี่ยว  เพื่อที่จะช่วยให้การไถพรวนทำได้ง่ายขึ้น  ซึ่งการกระทำดังกล่าว  นอกจากจะทำให้เกิดการสูญเสียอินทรียวัตถุและธาตุอาหารในดินแล้ว  ยังทำให้โครงสร้างของดินเปลี่ยนแปลงไป  เนื้อดินจับตัวกันแน่นและแข็ง  ทำลายจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตในดินที่เป็นประโยชน์ต่อพืชด้วย  ก่อให้เกิดมลพิษ และปัญหาโลกร้อนตามมา โดยส่งผลทระทบต่อดิน  น้ำ  อากาศ และสิ่งแวดล้อม  ตลอดจนสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ  ดังนั้น  การรณรงค์ให้เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจถึงความสำคัญในการงดเผาตอซังและฟางข้าว  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรต้องร่วมมือกัน งดเผาตอซัง กลับมาไถกลบ เพื่อรักษาสภาพสมดุลทางธรรมชาติเอาไว้


สำหรับ การจัดงาน  “โครงการรณรงค์งดเผาตอซังและฟางข้าว  สร้างดินยั่งยืนฟื้นสิ่งแวดล้อม” ประกอบด้วยกิจกรรมต่าง ๆ  ได้แก่  การจัดนิทรรศการด้านการพัฒนาที่ดิน  และแจกจ่ายเอกสารวิชาการความรู้  การให้บริการวิเคราะห์ดิน  การสาธิตการไถกลบตอซังร่วมกับหว่านเมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด  ตลอดจนการแจกจ่ายสารเร่งต่าง ๆ เช่น  พด. 1, พด.2, พด.7  น้ำหมักชีวภาพ  เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสด  เป็นต้น