นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังและหว่านปุ๋ยพืชสด ณ อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ว่า ปัจจุบันการประกอบอาชีพเกษตรกรรมของเกษตรกรขาดการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งเกษตรกรยังขาดความรู้ความเข้าใจในการปรับปรุงบำรุงดินที่ถูกต้องและเหมาะสม มีการใช้ปุ๋ยเคมี สารกำจัดวัชพืช และศัตรูพืช เป็นปริมาณมาก ทำให้ดินเสื่อมโทรม อีกทั้งมีการเผาตอซังและเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อดิน น้ำ อากาศและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรณรงค์ให้เกษตรกรร่วมมือกันงดเผาตอซัง แล้วกลับมาไถกลบ เพื่อรักษาสภาพสมดุลทางธรรมชาติเอาไว้
นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลได้สนับสนุนการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์ ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตของเกษตรกร ที่แต่เดิมต้องพึ่งการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีจำนวนมาก อันเป็นภาระของเกษตรกรในเรื่องต้นทุนการผลิต และความเสี่ยงต่อพิษภัยของสารเคมี ให้ปรับเปลี่ยนมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารชีว ภาพ ลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีมากขึ้น กิจกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญและรัฐบาลได้ให้การส่งเสริม อันเป็นการสนับ สนุนการดำเนินการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ การรณรงค์ไถกลบตอซังและหว่านปุ๋ยพืชสด โดยรณรงค์ให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนทัศนคติงดการเผา และให้นำวัสดุตอซังที่เหลือใช้จากไร่นามาเป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน โดยการไถกลบตอซัง ร่วมกับหว่านปุ๋ยพืชสด แล้วไถกลบปุ๋ยพืชสด ก็จะย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในดิน จะช่วยให้เกษตรกรลดการพึ่งพาการใช้ปุ๋ยเคมี ช่วยเพิ่มคุณภาพดินให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนการผลิต ทำให้สภาวะแวดล้อมดีขึ้น และสามารถลดภาวะโลกร้อนได้อีกด้วย
"การจัดกิจกรรมรณรงค์ไถกลบตอซังและหว่านปุ๋ยพืชสด นอกจากเพื่อให้เกษตรกรมีความเข้าใจถึงประโยชน์ในการไถกลบตอซังและการใช้ปุ๋ยพืชสดในการปรับปรุงบำรุงดิน ให้ดินมีความร่วนซุย ง่ายต่อการเจริญเติบโตของพืช เป็นแหล่งสะสมธาตุอาหารพืชในดิน เพิ่มจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ในดิน ลดมลภาวะในอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และประการที่สำคัญก็คือ การปลุกจิตสำนึกในการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของเกษตรกรในการไม่เผาตอซังข้าว โดยหันมาไถกลบตอซังแทน" นายยุทธพงศ์ กล่าว
อนึ่ง จังหวัดมหาสารคามมีพื้นที่ทำการเกษตรประมาณ 2.5 ล้านไร่ มีเศษเหลือของวัสดุการเกษตร เช่น ตอซังข้าว ข้าวโพด และอื่น ๆ กว่า 550 ตันต่อปี ซึ่งเศษวัสดุการเกษตรเหล่านี้มีส่วนประกอบของธาตุอาหารพืชและอินทรีย์วัตถุที่เป็นประโยชน์ต่อพืช แต่เกษตรกรยังขาดการจัดการที่เหมาะสม มีการเผาทิ้งหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อที่จะช่วยให้ไถพรวนได้ง่าย ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดการสูญเสียอินทรีย์วัตถุและธาตุอาหารในดินแล้ว ยังทำให้โครงสร้างดินเปลี่ยนแปลงไป เกิดมลพิษและภาวโลกร้อน ซึ่งมีผลต่อสุขภาพของประชาชนด้วย ดังนั้น สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดมหาสารคามจึงได้จัดทำโครงการรณรงค์ไถกลบตอซังและหว่านปุ๋ยพืชสด เพื่อสาธิตวิธีการไถกลบตอซังที่ถูกต้องและเหมาะให้เกษตรกรนำไปปฎิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเอง เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินและรักษาสิ่งแวดล้อมต่อไป
