นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับทราบแผนดำเนินการของกรมประมงในการควบคุมป้องกันโรคกุ้งทะเลจากการตายด้วยกลุ่มอาการตายด่วน (EMS) โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมกุ้งในการปรับปรุงสุขอนามัยโรงเพาะฟักกุ้งทะเลต้นน้ำ ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการ 3 เดือน คือ ตั้งแต่ 16 ม.ค.-12 เม.ย. 2556 เนื่องจากข้อมูลทางวิชาการยังไม่สามารถสรุปหาสาเหตุของการเกิดโรคที่แน่ชัดในขณะนี้ได้ ดังนั้น แผนระยะเร่งด่วน คือ จะต้องเร่งดำเนินการปรับปรุงสุขอนามัยโรงเพาะฟักกุ้งทะเลเพื่อป้องกันความสูญเสียจากกลุ่มอาการตายด่วน หรือ อีเอ็มเอส ใน 4 โซน ด้วยกัน คือ ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดชลบุรีและตราด ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ จังหวัดชุมพร นครศรีธรรมราช และสงขลา ภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต และภาคใต้ฝั่งอันดามัน ได้แก่ จังหวัดพังงา รวมถึงการให้ความรู้และส่งเสริมให้มีการปฏิบัติที่ดีในโรงเพาะฟักและฟาร์มเลี้ยง และสนับสนุนให้มีการใช้ลูกกุ้งคุณภาพดีรวมถึงสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังโรคระบาดด้วย
ด้านนายวิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมประมงจะร่วมกับสถาบันการศึกษาได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยมหิดล จะร่วมกันจัดทำโครงการเพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรคตายด่วนในกุ้ง เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาวิจัยจาก สวก. ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผลผลิตกุ้งของประเทศจากโรคดังกล่าวโดยเร็วต่อไป
สำหรับสถานการณ์การผลิตกุ้งของประเทศขณะนี้ พบว่า ผลผลิตกุ้งในปีนี้กับปีที่ผ่านมาไม่แตกต่างกันมากนัก โดยผลผลิตกุ้งในเดือนมกราคมนี้คาดว่าจะมีผลผลิตประมาณ 32,000 ตัน ซึ่งลดลงจากเดือนที่ผ่านมาประมาณ 20% และหากเปรียบเทียบระหว่างเดือนมกราคม 2556 กับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา พบว่า ผลผลิตกุ้งลดลงไม่มานักอยู่ที่ประมาณ 8% ซึ่งโรคที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผลผลิตกุ้งลดลง ได้แก่ โรคจุดข้าวในกุ้งคิดเป็น 44% โรคหัวเหลืองคิดเป็น 3% โดยปริมาณกุ้งที่เสียหายทั้งหมดคิดเป็น 17% ของกุ้งที่ปล่อยในเดือนนี้ โดยพบว่าพื้นที่ที่เสียหายที่สุดอยู่ทางภาคใต้ตอนล่างคิดเป็น 35% ของการปล่อยกุ้ง
