นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยในโอกาสบรรยายพิเศษในการสัมมนา เรื่อง "การชี้แจงแนวทางการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด" ให้แก่ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ว่า แนวทางหลักที่ได้มอบนโยบายการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรของจังหวัดนั้น กระทรวงเกษตรฯ จะเน้นใน 5 เรื่องหลักด้วยกัน คือ 1. แต่ละจังหวัดจะต้องดำเนินการเรื่องการจัดเขตเศรษฐกิจหรือโซนนิ่งให้ได้ 2 การเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัยอาหาร 3.การมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตเมล็ดพันธุ์พืช 4.การเป็นศูนย์กลางเครื่องจักรกลในอาเซียน และ 5.การจัดระบบการผลิตที่เป็นเกษตรสีเขียว(Green Economy) ซึ่งการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรของจังหวัดที่จะเกิดขึ้นนั้น เกษตรและสหกรณ์จังหวัดจะต้องเป็นแกนกลางสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ จากข้อมูลฐานด้านการเกษตรที่แต่ละจังหวัดได้เสนอมายังกระทรวงเกษตรฯแล้ว ทั้งในด้านแหล่งผลิต ผู้รับซิ้อสินค้า แหล่งกระจายสินค้า โครงการต่างๆ ของกระทรวงเกษตรฯที่ลงไปพัฒนาการเกษตรในพื้นที่มาพิจารณา เพื่อพัฒนาการผลิตด้านการเกษตรของเกษตรกรทั้งกลุ่มที่มีรายได้อยู่ที่ 180,000 บาท/ครัวเรือน/ปี และต่ำกว่า 180,000 บาท/ครัวเรือน/ปี ให้มีการทำการเกษตรที่เหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง
ขณะเดียวกัน เร็วๆนี้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมออกประกาศกระทรวงเกี่ยวกับความแหมาะสมของการเพาะปลูกพืช 6 ชนิด ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา อ้อย และข้าวโพด ที่ได้จัดทำเรียบร้อยแล้วโดยมีข้อมูลลงลึกถึงรายตำบล โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ระดับ คือ เหมาะสมมาก และเหมาะสมปานกลาง ดังนั้น ในส่วนของพื้นที่ที่ไม่มีความเหมาะสมในการเพาะปลูกซึ่งนอกจากจะทำให้เกษตรกรมีผลผลิตต่อไร่ต่ำแล้วยังทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิตของเกษตรกร แต่ละจังหวัดก็จะต้องไปพิจารณา และวิเคราะห์ถึงแผนในการปรับเปลี่ยนการผลิตทางการเกษตรให้แก่เกษตรกรทั้งในด้านพืช ประมงและปศุสัตว์ หรือการสร้างรายได้นอกภาคเกษตร เพื่อทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นหรืออย่างน้อยเกษตรกรต้องบมีรายได้อ 300 บาท/ครัวเรือน/วัน
“แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดที่จะเกิดขึ้นนั้น ถือเป็นแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ที่คลอบคลุมพื้นที่ในจังหวัด ซึ่งจะแสดงถึงทิศทาง แนวทาง และเป้าหมายการพัฒนาด้านการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดในอนาคต ที่มีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาการเกษตรในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงเป็นแผนที่มีความสำคัญ เพราะจะใช้สำหรับ 1) เป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด 2) เป็นกรอบในการจัดทำคำของบประมาณของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 3)เป็นเครื่องมือในการติดตามแผนงาน/โครงการในการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัดสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด จึงต้องเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำแผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัด ที่จะร่วมกันผลักดันให้แผนพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ของจังหวัด ให้ประสบความสำเร็จและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดทำและจัดสรรงบประมาณประจำปีด้วย”นายยุคล กล่าว
