จากการประเมินสถานการณ์และปัจจัยทางการตลาดด้านต่างๆ อาทิ ความต้องการของผู้บริโภค ความสนใจซื้อของกลุ่มประเทศผู้นำเข้า ความเคลื่อนไหวของตลาดโลก รวมทั้งภาวการณ์ผลิตของประเทศผู้ผลิตรายอื่น เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2549 พบว่าตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูปของปี 2550 เพิ่มขึ้น 22.4% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 6,808 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปี 2550 ตัวเลขการส่งออกสินค้าเกษตร และสินค้าเกษตรแปรรูปของไทยจะไม่ต่ำกว่า 20 % ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายการส่งออกของประเทศที่ตั้งไว้ที่ 12.5% โดยสินค้าเกษตรและแปรรูป 5 อันดับแรกที่มีตัวเลขการส่งออกเพิ่มขึ้นได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา กุ้งและไก่
นอกจากนี้ในส่วนของการส่งออกไก่และผลิตภัณฑ์ไก่ ยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากกรณีที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป หรืออียู นำวิธีการกำหนดโควตาภาพรวมของประเทศสมาชิกมาใช้แทนวิธีการเดิม เป็นเหตุให้ประเทศบราซิลซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตอันดับหนึ่งที่ครองสัดส่วนการตลาดสินค้าไก่และผลิตภัณฑ์ในอียู ไม่สามารถขยายการส่งออกเพิ่มได้ ขณะที่ประเทศไทยยังมีโควตารวมเหลือจึงสามารถที่จะขยายการส่งออกเพิ่มขึ้นได้ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2550
ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยส่งออกไก่ไปยังอียูในรูปของไก่ปรุงสุก ซึ่งผลพลอยได้ที่ตามมาคือ ทำให้สามารถส่งผักพื้นเมือง และเครื่องเทศต่างๆ เช่น พริก โพระหา พริกไทย เกลือฯ ไปจำหน่ายยังอียูเพิ่มขึ้นด้วย โดยในการส่งออกไก่ปรุงสุก 300,000 แสนตัน จะสามารถส่งออกเครื่องเทศต่างๆได้ประมาณ 9,000 ตันหรือ 3% ของยอดการส่งออกไก่ปรุงสุกทั้งหมด ดังนั้นหากสามารถขยายการส่งออกไก่ปรุงสุกไปยังอียูได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ คาดจะเป็นผลดีต่อเกษตรกรผู้ผลิตผักและเครื่องเทศต่าง ๆ ด้วย
