www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
เกษตรฯเดินหน้าแก้ปัญหาราคาหมูตกต่ำ ดัน4มาตรการระยะสั้นสร้างสมดุลปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรผู้เลี้ยงขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมปศุสัตว์หวังแก้ปัญหาระยะยาว
ศ.ดร. ธีระ  สูตะบุตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า  ตามที่กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย  ได้ร้องเรียนผลกระทบจากสถานการณ์ราคาสุกรที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจุบันราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยเพียง  กก.ละ 36-38  บาท  ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนการผลิตนั้น  จึงได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์เร่งหารือทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน   ซึ่งประกอบด้วย  4  มาตรการหลัก  คือ  1.การควบคุมปริมาณการผลิต  โดยการลดปริมาณลูกสุกรและแม่พันธุ์สุกรลง  2.การเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมการเคลื่อนย้ายสุกร  3.ควบคุมและป้องกันการกักตุนวัตถุดิบอาหารสัตว์  และ 4.ควบคุมการนำเข้าเครื่องในสัตว์จากต่างประเทศ   จากนั้นจะนำมากำหนดมาตรการที่ชัดเจนในทางปฏิบัติเพื่อเป็นการจัดการความต้องการ  และผลผลิตในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (pig  bord) ต่อไป

“ประเด็นปัญหาราคาสุกรตกต่ำหรือแพง  ซึ่งเรียกว่าวัฎจักรสุกรนี้เป็นปัญหาลักษณะเดียวกับที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตรหลายชนิด  และจะยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงต่อไป  หากระบบการเลี้ยงสุกรของไทยยังเป็นระบบการเลี้ยงที่เสรี  และไม่มีมาตรการขึ้นทะเบียนผู้เลี้ยงสุกรให้เป็นรูปธรรม  เพราะจะทำให้ไม่สามารถทราบจำนวนประชากรสุกรที่มีอยู่จริงได้  จึงเป็นเรื่องยากในการวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด  ในเบื้องต้นจึงต้องเร่งทำความเข้าใจกับเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรให้ขึ้นทะเบียนฟาร์มกับกรมปศุสัตว์   ตลอดจนขอความร่วมมือในการปฏิบัติตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่คณะกรรมการฯ กำหนดขึ้น”  ศ.ดร.ธีระ กล่าว

ด้านนายยุคล  ลิ้มแหลมทอง  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าวว่า  ขณะนี้คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน  20  ล้านบาท  สำหรับใช้เป็นทุนหมุนเวียนให้เกษตรกรชดเชยการซื้อลูกสุกรจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรไปทำหมูหัน  เพื่อตัดวงจรลูกสุกรในระบบลง  โดยตั้งเป้าลดลูกสุกรลง  2  แสนตัว   ซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปกับการเร่งขึ้นทะเบียนฟาร์มสุกรทั่วประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด  เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนการผลิตสุกรทั่วประเทศตามหลักวิชาการที่ถูกต้องต่อไป  ส่วนความคืบหน้าของมาตรการแก้ไขปัญหาอีก 3 ข้อกรมปศุสัตว์กำลังดำเนินการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในเร็วๆนี้