www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เกษตรฯ ยกทีมหารือ “จีน” กรณีตรวจพบสารบ่งชี้ GMO ในสินค้าข้าวจากไทย 3 ล็อต  ผลตรวจระบุ                    การปลอมปนเกิดจากระบบการจัดการภายในของผู้นำเข้า  ข้าวไทยโล่งพ้นข้อกล่าวหา ส่งออกฉลุย  ปีนี้ตีตลาดจีนแล้วกว่า 1.63 แสนตัน คิดเป็นมูลค่า 2,686 ล้านบาท   
ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการบริหารและจัดการ       น้ำกว๊านพะเยาในพื้นที่จังหวัดพะเยา ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจราชการในจังหวัดพะเยา เมื่อเร็วๆนี้ ว่า เนื่องจากกว๊านพะเยาเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของจังหวัดพะเยาและเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่สำคัญของประเทศ อีกทั้งเป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ แต่ปัจจุบันได้ประสบปัญหาการตื้นเขิน คุณภาพน้ำตกต่ำ การบุกรุกพื้นที่ การขยายตัวของวัชพืชน้ำ และปัญหาอุทกภัยบริเวณพื้นที่โดยรอบ ดังนั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการบริหารจัดการที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ  กระทรวงเกษตรฯ จึงได้มอบหมายให้กรมชลประทานโดยโครงการชลประทานพะเยา ได้เข้ามาบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง และกรมประมงโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดพะเยา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลและใช้ประโยชน์โดยตรงจากกว๊านพะเยา  โดยได้ดำเนินงานร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เพื่อจัดทำโครงการพัฒนากว๊านพะเยาอย่างเป็นระบบ อาทิ การบริหารจัดการน้ำในฤดูแล้งและฤดูฝน การเฝ้าระวังในการพร่องน้ำออกจากกว๊านพะเยา  การปรับปรุงระบบชลประทานในลุ่มน้ำอิง  การแก้ไขปัญหาผักตบชวาและวัชพืชลอยน้ำในกว๊านพะเยา  ฯลฯ ซึ่งจากการตรวจเยี่ยมพบว่าการดำเนินการต่างๆมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าการบริหารจัดการน้ำในกว๊านพะเยา จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้และปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมก็จะลดลงด้วย
 ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า  ขณะนี้ทั่วทุกภาคของประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งเป็นผลจากภาวะโลกร้อน  อีกทั้งหลายพื้นที่ยังได้รับอิทธิพลจากร่องความกดอากาศต่ำจากประเทศจีนเข้าปกคลุม ทำให้ฤดูฝนมาเร็วกว่าปกติ  และมีแนวโน้มปริมาณฝนที่ตกจะใกล้เคียงกับปี 2549 ที่ผ่านมา    ดังนั้นเพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  จึงได้มอบหมายให้กรมชลประทานจัดทำมาตรการป้องกันโดยนำข้อมูลสถานการณ์และปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในปี  2549  ประกอบการพิจารณา     ซึ่งในเบื้องต้นจะเตรียมมาตรการหลักไว้  3  มาตรการ ได้แก่                         1.ควบคุมน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน     2. เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่  และ 3.การระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด  โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการติดตามสถานการณ์สภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด 
นายโฆสิต  ปั้นเปี่ยมรัษฎ์  รองนายกรัฐมนตรี  พร้อมด้วย  นายรุ่งเรือง  อิศรางกูร ณ อยุธยา  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   เดินทางไปตรวจเยี่ยมสวนเกษตรอินทรีย์ของนายสวิง  และนางศรีจันทร์  จอมคีรี  ที่ ต.สันป่ายาง  อ.แม่แตง  จ.เชียงใหม่   แหล่งเรียนรู้หนึ่งของเครือข่ายเรียนรู้ปราชญ์ชาวบ้านสถาบันชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืน  ซึ่งก่อนปี    2541  ได้ทำเกษตรเชิงเดี่ยว  โดยปลูกข้าวโพด  ข้าวโพดหวาน  แตงร้าน  มันฝรั่ง  สตรอเบอร์รี่  ถั่วเหลือง  ปลูกลิ้นจี่  ฯลฯ  การปลูกพืชแต่ละครั้งต้องกู้เงินมาลงทุน  เพื่อซื้อปุ๋ยเคมี  สารเคมีป้องกันกำจัดโรค  แมลง  และวัชพืช  ฯลฯ  สุดท้ายขายผลผลิตแทบไม่ได้อะไร  รวมทั้งเป็นอันตรายต่อสุขภาพด้วย    ต่อมาในปี 2543 ได้เปลี่ยนมาทำเกษตรอินทรีย์  โดยได้มีการตั้งกลุ่มเกษตรอินทรีย์ในหมู่บ้าน  แต่ระยะเริ่มต้นกลุ่มไม่เข้มแข็ง  การตลาดยังมีปัญหา  สมาชิกก็ไม่ทำจริงจัง  รวมทั้งระบบการจัดการยังมีปัญหาและตลาดรองรับผลผลิตได้น้อย  ต่อมาได้เข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์เกษตรอินทรีย์เชียงใหม่จำกัด  และได้มีโอกาสนำผลผลิตไปจำหน่ายที่ตลาดนัดอีกหลายจุด  เช่น  ในหมู่บ้านอิ่มบุญ  ปัจจุบันย้ายมาที่ตลาดเจเจ  ที่โรงเรียนดาราวิทยาลัย  และที่โรงพยาบาล  เป็นต้น ซึ่งหลังจากปรับเปลี่ยนมาเป็นระบบเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน  และระบบตลาดที่เป็นธรรมที่กลุ่มเกษตรกรกำหนดราคาได้เองนี้  ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น  สุขภาพดี  สามารถจัดการหนี้ได้  มีอาหารบริโภค  มีอากาศบริสุทธิ์  สามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญา  รวมทั้งมีไม้มรดกให้ลูกหลาน  คลอดจนได้มีโอกาสทำบุญ 
                             ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธาน  เปิดการประชุมสัมมนาและมอบนโยบาย เรื่อง การพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์กับความมั่นคงของประเทศในเขตภาคใต้ ณ โรงแรมมาริไทม์ปาร์คแอนด์สปา รีสอร์ท  จังหวัดกระบี่ ว่า  กระทรวงเกษตรฯ มีจุดมุ่งหมายที่จะพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ด้วยการวางรากฐานความพร้อมด้านต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรไทยได้มีชีวิตอยู่ดีมีสุข  โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้ อันถือเป็นภาคที่มีการผลิตสินค้าเกษตรสำคัญของประเทศ  อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน  เงาะ  กาแฟ  และการประมง   ซึ่งสินค้าในกลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องมีการส่งเสริมและวางทิศทางการพัฒนาอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งพี่น้องเกษตรกรและสังคมไทย  โดยกระทรวงเกษตรฯ  ได้แบ่งแนวทางการดำเนินงานออกเป็น 4 กลุ่ม  คือ 
                  ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาโครงการการพัฒนาอาชีพและส่งเสริมรายได้ให้แก่ราษฎรพื้นที่เลี้ยงกุ้งในเขตน้ำจืด  โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รายใหม่และการพักชำระหนี้ นั้น   คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติงบกลางปี 2550 วงเงิน 78,277,056.80 บาท   ครอบคลุมถึงการปรับเปลี่ยนอาชีพให้แก่เกษตรกรพื้นที่เลี้ยงกุ้งในเขตน้ำจืด โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพิ่มเติมจำนวน 812 ราย  พื้นที่ 6,666 ไร่
  นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  กล่าวถึงส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ในประเทศไทยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เตรียมดำเนินการจัดทำโครงการสร้างเทียบเคียงมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ด้านพืช และประมงของไทยกับมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับของประเทศนำเข้ารายใหญ่เพื่อการยอมรับซึ่งกันและกัน ในสินค้าข้าวหอมมะลิและกุ้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทียบเคียงมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ด้านพืชและสัตว์น้ำของไทยกับมาตรฐานขั้นต่ำของสมาพันธ์เกษตรกรอินทรีย์นานาชาติ (Intermational Federation of Organic Agriculture Movements : IFOAM ) และของมาตรฐานยุโรป เพื่อการเป็นที่ยอมรับซึ่งกันและกัน วงเงินงบประมาณ 10 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการในปีงบประมาณ 2551
                นายรุ่งเรือง  อิศรางกูร  ณ  อยุธยา  รัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวถึงปัญหาราคากุ้งตกต่ำในปัจจุบันว่า จากสถานการณ์ราคากุ้งขาวที่ตกต่ำอย่างรุนแรงและทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งรายย่อยประสบภาวะขาดทุนอยู่ในขณะนี้  ได้เชิญนายยุคล  ลิ้มแหลมทอง  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์      นายนิวัติ  สุธีมีชัยกุล  รองอธิบดีกรมประมง  มาประชุมหารือเพื่อแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวร่วมกับนายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย  ประธานฯ  สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งลุ่มน้ำท่าจีน  และสมาคมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย  ซึ่งผลการหารือสรุปเป็นมาตรการที่จะดำเนินการ  5  มาตรการเร่งด่วนดังนี้
ศ.ดร.ธีระ   สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือด้านงานวิจัยข้าวกับ ดร.โรเบิร์ต ซีกเลอร์   ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (IRRI) ว่า  การลงนามร่วมกันในครั้งนี้ ถือเป็นความต่อเนื่องด้านการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวร่วมกัน ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงเกษตรฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจร่วมกับสถาบันวิจัยข้าว (IRRI) มาตั้งแต่ปี 2539 โดยกรมวิชาการเกษตร ดังนั้น เมื่อมีการแต่งตั้กรมการข้าวเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ จึงถือได้ว่าการลงนามครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการพัฒนางานวิจัยด้านข้าวของไทยอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนนักวิชาการร่วมกัน มีการฝึกอบรม และแลกเปลี่ยนพันธุกรรมข้าว  ที่จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวของไทยให้ได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น ทนทานต่อโรคพืช  ซึ่งจะส่งผลต่อเกษตรกรที่จะมีรายได้ที่สูงขึ้นตามมา
 ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยในโอกาสเป็นวิทยากรบรรยาย เรื่อง “ร่างพระราชบัญญัติสภาการเกษตรแห่งชาติและการแก้ไขปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำ” ว่า กระทรวงเกษตรฯ พยายามเร่งรัดให้เกิดพระราชบัญญัติสภาการเกษตรแห่งชาติโดยเร็ว เพื่อสร้างเวทีให้แก่เกษตรกรในการเข้ามามีส่วนร่วม และแสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับการเกษตรในด้านต่างๆ ขณะเดียวกัน ก็เดินหน้าแผนงานต่างๆ ควบคู่กันไปเพื่อให้การพัฒนาภาคเกษตรเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ และสามารถแก้ไขปัญหาผลผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างตรงตามวัตถุประสงค์ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรต้องประสบภาวะเสี่ยงในหลายด้านด้วยกัน ไม่ว่าจะเรื่องของปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ หรือ ต้นพันธุ์ ก็ได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการศึกษา วิจัย และพัฒนาให้มีปริสิทธิภาพและรองรับความต้องการของเกษตรกร อาทิ พันธุ์ข้าว ที่ปัจจุบันสามารถผลิตข้าวคุณภาพดีได้เพียง 2 แสนตัน / ปี ขณะที่ปริมาณความต้องการของประเทศอยู่ที่ 6 แสนตัน/ปี  เป็นต้น
หน้า 93 จาก 96