www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นายพินิจ  กอศรีพร  รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองโฆษกประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ข้อตกลงในกรอบความร่วมมือเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) จะเริ่มมีผล ซึ่งในส่วนของภาคเกษตรจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก   โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง เช่น กุ้ง ไก่  ที่จะเห็นภาพได้อย่างชัดจนว่าจะกระตุ้นให้มูลค่าการส่งออกเพิ่มมากขึ้นจากการลดอัตราภาษี   ส่วนผลไม้ก็เช่นกันที่จะสามารถส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่นได้เพิ่มขึ้น เช่น มังคุด มะม่วง และกล้วยหอม  เป็นต้น โดยจะเหลืออัตราภาษี 0 % จากเดิมที่อัตราภาษีนำเข้าอยู่ประมาณ 20 -25 %  แต่ในช่วงเริ่มต้นที่เจเทปป้ามีผลบังคับอาจยังไม่เห็นภาพชัดในด้านการส่งออกผลไม้มากนัก เนื่องจากในช่วงปลายปีไม่เป็นช่วงของฤดูกาลของผลไม้ แต่คาดว่าตั้งแต่กลางปีหน้าสถานการณ์ทางการตลาดของผลไม้ไทยจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นแน่นอน  
เกษตรฯ เตรียมใช้เวทีประชุมอาเซียนเกษตรและป่าไม้ ถกความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระดับทวิภาคี  เพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องด้านการส่งออกเสริมศักยภาพเศรษฐกิจการเกษตรของไทยเพิ่มขึ้น                                ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า ประเด็นที่ได้มีการหารือในที่ประชุมคือ การที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 3 พฤศจิกายน โดยประเด็นหลักๆ ที่จะมีการหารือกันคือ ความคืบหน้าในโครงการต่างๆ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ของสมาชิกในกลุ่มอาเซียน เช่น กองทุนสุขภาพสัตว์, การเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลระบบความปลอดภัยอาหาร ซึ่งรับผิดชอบสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร และเครือข่ายการเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงประเด็นปัญหาต่างๆ ที่ประเทศในกลุ่มอาเซียนต้องเร่งหามาตรการในการดำเนินการแก้ไขร่วมกัน เช่น โรคไข้หวัดนก และปัญหาโลกร้อน ที่จะมีการพูดคุยและเสนอเป็นหัวข้อสำคัญในการประชุมครั้งนี้ด้วย                                ศ.ดร.กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากการหารือในกรอบความร่วมมือของอาเซียนด้วยกันแล้ว กระทรวงเกษตรฯ ยังจะใช้เวทีนี้ในการเจรจากับรัฐมนตรีด้านการเกษตรและป่าไม้ของประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียน (AMAF) และรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลี (AMAF+3)  เผยขยายผลความร่วมมือที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย เช่น  การเจรจาภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) กับประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ด้านการประมงกับประเทศเกาหลี ด้านปศุสัตว์กับประเทศญี่ปุ่น  เป็นต้น โดยได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่เกี่ยวข้องทำการรวบรวมสาระสำคัญที่จะเป็นประเด็นการเจรจา เพื่อขยายผลด้านการค้าและการลงทุนที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ด้านนายพินิจ กอศรีพร รองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมความพร้อมในการต้อนรับคณะผู้ประชุมทั้งระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับเจ้าหน้าที่อาวุโสของจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี ด้านการเกษตร ครั้งที่ 7 (SOM – 7th AMAF Plus Three) ในวันที่ 31 ตุลาคม 2550  และจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry - AMAF) ครั้งที่ 29 และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีเกษตรของจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี (AMAF+3) ครั้งที่ 7 ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1-2 พฤศจิกายน 2550  ขณะนี้ความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งการต้อนรับ ระบบความปลอดภัย การประชุม  การดูงานอุตสาหกรรมกล้วยไม้ไทยที่ จ.ราชบุรี  รวมถึงการอำนวยความสะดวกตลอดการประชุม ก็ได้มีการซักซ้อมความพร้อมไว้เรียบร้อยเพื่อให้การประชุมครั้งนี้ที่ไทยเป็นเจ้าภาพเกิดความสมบูรณ์มากที่สุด 
กระทรวงเกษตรฯ จับมือเอฟเอโอ และกทม. จัดงานยักษ์รำลึกวันอาหารโลก พร้อมเน้นย้ำความเท่าเทียมในการได้รับอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอ ดีเดย์ 22 ตุลา จุดเทียนพร้อมกันทั่วโลก ณ ลานคนเมืองกรุงเทพมหานคร                                นายพินิจ  กอศรีพร  รองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในโอกาสที่องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติได้กำหนดให้วันที่ 16 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันอาหารโลก ซึ่งขณะนี้มีประเทศสมาชิกกว่า 180 ประเทศทั่วโลก โดยจะพร้อมใจกันจัดงานเฉลิมฉลองวันอาหารโลก เพื่อรำลึกถึงวันจัดตั้งองค์กรและรณรงค์ถึงความสำคัญของอาหารที่มีต่อมวลมนุษย์ การแก้ไขปัญหาความยากจน และขจัดความอดอยากหิวโหยที่กระจายไปทั่วโลก ทั้งนี้ ในปีนี้ เอฟ เอ โอ ได้กำหนดหัวข้อการรณรงค์วันอาหารโลกว่า สิทธิที่พึงได้รับอาหารของประชากรโลก  เพื่อเน้นถึงสิทธิในการได้รับอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอ เนื่องจากปัจจุบันประชากรโลกยังประสบปัญหาความแตกต่างด้านชีวิตและความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อมและสังคม ส่งผลให้มีจำนวนประชากรโลกที่อดอยากหิวโหยกว่า 800 ล้านคน และกว่า 500 ล้านคนอาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชีย                                นอกจากนี้ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2550 ซึ่งทั่วโลกจะจัดงานเฉลิมฉลองวันอาหารโลกพร้อมกัน โดยกระทรวงเกษตรฯ จึงกำหนดจัดงานขึ้นเช่นกัน โดยร่วมกับเอฟ เอ โอ ประจำประเทศไทย และกรุงเทพมหานคร จัดนิทรรศการ การมอบประกาศนียบัตร และการบรรยายพิเศษ ณ ลานคนเมือง เสาชิงช้า ตั้งแต่เวลา 15.00 น. และในเวลา 17.30 18.30 น. จะมีการจุดเทียนร่วมรำลึกในวันอาหารโลก ซึ่งจะมีการจุดพร้อมกันทั่วโลก จึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมงานดังกล่าว พร้อมใส่เสื้อเหลืองร่วมจุดเทียนรำลึกถึงวันสำคัญของประชาชนโลกด้วย 
ก.เกษตรฯ เตรียมเสนอที่ประชุม AMAF+3 ตั้งพันธมิตรกุ้งอาเซียน หวังสร้างอำนาจการต่อรองให้แก่ผู้ผลิตกุ้งส่งออกในภูมิภาค
  
 ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 29 (29th AMAF)และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีเกษตรของจีน ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี (AMAF+3) ครั้งที่ 7 (7th AMAF+3)  ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่  29  ต.ค.  -  2  พ.ย. 2550    โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ     กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอเรื่องการจัดตั้งพันธมิตรกุ้งอาเซียน (ASEAN Shrimp Alliance)   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศผู้ผลิตกุ้งส่งออกรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน    ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของประเทศผู้ส่งออกกุ้ง และหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม    ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถของกลุ่มประเทศผู้ผลิตต่อมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศผู้นำเข้า     ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพในการเจรจาต่อรองในเวทีการค้าโลกต่อไป                ปัจจุบันการส่งออกสินค้ากุ้งไปยังตลาดโลก   ต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบที่ไม่ใช่ภาษีซึ่งนับวันจะรุนแรงและเข้มงวดมากขึ้น   เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าเกษตรอื่นๆ   ดังนั้นนอกจากจะต้องเร่งพัฒนามาตรฐานการผลิต  และคุณภาพผลิตภัณฑ์กุ้งไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคแล้ว    กลุ่มผู้ผลิตกุ้งในอาเซียนควรที่จะร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูล  และแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ   ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับมาตรฐานการผลิตแล้ว    ยังจะนำไปสู่การสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าในอนาคตอีกด้วย ศ.ดร.ธีระ  กล่าว                  ด้านนายนิวัติ   สุธีมีชัยกุล  รองอธิบดีกรมประมง   กล่าวเพิ่มเติมว่า   ภายหลังที่มีการจัดตั้งพันธมิตรกุ้งอาเซียนแล้ว เชื่อว่าไทยจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน  ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานการณ์การผลิตกุ้งในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการผลิตกุ้งภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าที่แต่ละประเทศได้รับผลกระทบ   เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำมาตรการป้องกันและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น     ทั้งนี้ในการดำเนินงานเบื้องต้นทุกประเทศจะแต่งตั้งผู้แทนของตน     ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล   ข่าวสารผ่านทาง e-mail     เพื่อปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์ของพันธมิตรอาเซียนให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น    ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อการบริหารจัดการแผนการผลิตและการตลาด   ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   
เกษตรฯ เตรียมสรุปผลความคืบหน้าโครงการระบบสารสนเทศเพื่อความมั่นคงทางอาหารแห่งภาคพื้นอาเซียน  ต่อที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้  ระบุแนวโน้มเป็นผลดีต่อภาคเกษตรไทย   เล็งเสนอขยายผลต่อเนื่องถึงปี’55
  
 

ก.เกษตรฯ

                ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   เปิดเผยว่า   ขณะนี้การเจรจาแก้ไขมาตรการนำเข้ากุ้งชั่วคราวฉบับปรับปรุงใหม่ ของออสเตรเลียมีความคืบหน้าในระดับที่น่าพอใจ   โดยออสเตรเลีย มีท่าทีผ่อนปรนและยอมที่จะพิจารณาข้อเสนอของฝ่ายไทยมากขึ้น     หลังจากที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)  และกรมประมงสามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางวิชาการได้ว่า  มาตรการนำเข้ากุ้งชั่วคราวฯที่ออสเตรเลียประกาศมีความเข้มงวดเกินไปและหลายประเด็นไม่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์   โดยเฉพาะระยะเวลาในการต้มกุ้งที่นานเกินไป   ซึ่งไม่สามารถปฏิบัติจริงทางการค้าได้เนื่องจากทำให้คุณภาพและรสชาติของกุ้งเสียไป                           

  
                                 ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานแถลงข่าว  Asia  Fruit  Logistica  2007  ว่า งาน Asia Fruit Logistica 2007  จะจัดขึ้นในประเทศไทย ระหว่าง วันที่ 5-7 กันยายน 2550   ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  กรุงเทพฯ  ซึ่งเป็นการจัดงานแสดงสินค้าผัก - ผลไม้ และเป็นการประชุมชั้นนำระดับโลก  ด้านธุรกิจการค้าผักและผลไม้ในทวีปเอเชียเป็นครั้งแรก  งาน Fruit Logistica จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2536     กรุงเบอร์ลิน  ประเทศเยอรมัน  และจัดติดต่อกันมาทุกปีจนถึงปัจจุบัน  ซึ่งประเทศไทย โดยกรมส่งเสริมการเกษตร   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าดังกล่าวมาแล้วรวม 4 ครั้ง   เป็นงานระดับโลกในการจัดแสดงผลผลิตผักและผลไม้สด  ผลิตภัณฑ์แปรรูป  การบรรจุหีบห่อ   ระบบโลจิสติกส์  การตลาด  การเจรจาธุรกิจ  และการจัดประชุมในระดับนานาชาติ  สำหรับงาน Asia Fruit  Logistica 2007 ในปีนี้ ผู้จัดได้เลือกให้ประเทศไทยเป็นสถานที่สำหรับการจัดงานดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย

                               

  
 

                                ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเส้นไหมและผ้าไหมรายสำคัญของโลก รองจากประเทศจีนและอินเดีย โดยมีมูลค่าการส่งออกผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมปีละ 900 1,000 ล้านบาท และจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวอีกปีละประมาณ 2,000 3,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่ามูลค่าการส่งออกดังกล่าวยังไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีนและอินเดีย  ดังนั้น ลู่ทางในการขยายตลาดของไหมไทยยังมีความเป็นไปได้สูง  ในการนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย ในการที่จะพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดไหมไทยในอนาคต

                               

  
 
             ศ.ดร.ธีระ  สูตะบุตร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกต้นไม้สีเหลืองเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ว่า  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ได้ดำเนินการจัดโครงการปลูกต้นไม้สีเหลืองเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ  อ.คลองหลวง  จ.ปทุมธานี ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่  เพื่อเป็นการเฉลิม-     พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา  ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 

 
  
 นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางไปรับฟังการบรรยายสรุปโครงการช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์  ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และดูงานคันกั้นน้ำป้องกันน้ำเข้าเมือง  ตำบลน้ำริด  อำเภอเมือง  และงานก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองโพธิ์  อำเภอเมือง  จังหวัดอุตรดิตถ์  ซึ่งสาเหตุการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่มที่ จ. อุตรดิตถ์ เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา นอกจากปัญหาการเกิดภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องแล้ว อีกสาเหตุมาจากการใช้พื้นที่การเกษตรที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ. อุตรดิตถ์ กระทรวงเกษตรฯ ได้บรรจุอยู่ในแผนระยะปานกลางและระยะยาวในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว  
หน้า 91 จาก 96