เกษตรฯ มั่นใจ JTEPA เริ่มสินค้าเกษตรจ่อคิวส่งออกได้เพียบ เล็ง ไก่ กุ้ง ผลไม้เต็งหนึ่ง พร้อมรุกพัฒนามาตรฐานการผลิตให้เป็นที่ยอมรับของตลาดญี่ปุ่นเพื่อขยายตลาดสินค้าอื่นเพิ่ม
วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม 2007
เกษตรฯ เตรียมใช้เวทีประชุมอาเซียนเกษตรและป่าไม้ ถกความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนระดับทวิภาคี เพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องด้านการส่งออกเสริมศักยภาพเศรษฐกิจการเกษตรของไทยเพิ่มขึ้น
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2007
กระทรวงเกษตรฯ ร่วมกับ เอฟ เอ โอ จัดงานวันอาหารโลก
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2007
ก.เกษตรฯ เตรียมเสนอที่ประชุม AMAF+3 ตั้งพันธมิตรกุ้งอาเซียน หวังสร้างอำนาจการต่อรองให้แก่ผู้ผลิตกุ้งส่งออกในภูมิภาค
วันพฤหัสบดีที่ 11 ตุลาคม 2007
| ก.เกษตรฯ เตรียมเสนอที่ประชุม AMAF+3 ตั้งพันธมิตรกุ้งอาเซียน หวังสร้างอำนาจการต่อรองให้แก่ผู้ผลิตกุ้งส่งออกในภูมิภาค | ||||||
| ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 29 (29th AMAF)และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีเกษตรของจีน ญี่ปุ่นและสาธารณรัฐเกาหลี (AMAF+3) ครั้งที่ 7 (7th AMAF+3) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ต.ค. - 2 พ.ย. 2550 ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี กรุงเทพฯ กระทรวงเกษตรฯ จะเสนอเรื่องการจัดตั้งพันธมิตรกุ้งอาเซียน (ASEAN Shrimp Alliance) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศผู้ผลิตกุ้งส่งออกรายใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาของประเทศผู้ส่งออกกุ้ง และหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการเพิ่มขีดความสามารถของกลุ่มประเทศผู้ผลิตต่อมาตรการกีดกันทางการค้าจากประเทศผู้นำเข้า ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มศักยภาพในการเจรจาต่อรองในเวทีการค้าโลกต่อไป “ปัจจุบันการส่งออกสินค้ากุ้งไปยังตลาดโลก ต้องเผชิญกับมาตรการกีดกันทางการค้าในรูปแบบที่ไม่ใช่ภาษีซึ่งนับวันจะรุนแรงและเข้มงวดมากขึ้น เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าเกษตรอื่นๆ ดังนั้นนอกจากจะต้องเร่งพัฒนามาตรฐานการผลิต และคุณภาพผลิตภัณฑ์กุ้งไทยให้เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคแล้ว กลุ่มผู้ผลิตกุ้งในอาเซียนควรที่จะร่วมมือกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับมาตรฐานการผลิตแล้ว ยังจะนำไปสู่การสร้างอำนาจต่อรองทางการค้าในอนาคตอีกด้วย” ศ.ดร.ธีระ กล่าว ด้านนายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองอธิบดีกรมประมง กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังที่มีการจัดตั้งพันธมิตรกุ้งอาเซียนแล้ว เชื่อว่าไทยจะได้ประโยชน์อย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสถานการณ์การผลิตกุ้งในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งจะช่วยในการวางแผนการผลิตกุ้งภายในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมาตรการกีดกันทางการค้าที่แต่ละประเทศได้รับผลกระทบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการจัดทำมาตรการป้องกันและเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ทั้งนี้ในการดำเนินงานเบื้องต้นทุกประเทศจะแต่งตั้งผู้แทนของตน ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารผ่านทาง e-mail เพื่อปรับปรุงข้อมูลเว็บไซต์ของพันธมิตรอาเซียนให้เป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อการบริหารจัดการแผนการผลิตและการตลาด ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น | ||||||
การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 29
วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2007
ก.เกษตรฯ เตรียมนำกติกาและเงื่อนไขการค้าเสรีมาใช้ในการเจรจาแก้ไขมาตรการนำเข้ากุ้งของออสเตรเลียหวังสร้างเป็นธรรมทางค้า ระบุหากไม่ได้รับความชอบธรรมเตรียมร้องดับบลิวทีโอจี้ออสเตรเลียเลิกกีดกันการนำเข้ากุ้ง
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2007
ก.เกษตรฯ ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้การเจรจาแก้ไขมาตรการนำเข้ากุ้งชั่วคราวฉบับปรับปรุงใหม่ ของออสเตรเลียมีความคืบหน้าในระดับที่น่าพอใจ โดยออสเตรเลีย มีท่าทีผ่อนปรนและยอมที่จะพิจารณาข้อเสนอของฝ่ายไทยมากขึ้น หลังจากที่สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และกรมประมงสามารถยืนยันด้วยหลักฐานทางวิชาการได้ว่า มาตรการนำเข้ากุ้งชั่วคราวฯที่ออสเตรเลียประกาศมีความเข้มงวดเกินไปและหลายประเด็นไม่อยู่บนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะระยะเวลาในการต้มกุ้งที่นานเกินไป ซึ่งไม่สามารถปฏิบัติจริงทางการค้าได้เนื่องจากทำให้คุณภาพและรสชาติของกุ้งเสียไป | ||||||
ก. เกษตรฯ แถลงข่าวการจัดงาน Asia Fruit Logistica 2007 ร่วมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์สินค้าผักและผลไม้ของไทยในเวทีนานาชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2007
กระทรวงเกษตรฯ เจาะตลาดไหมไทยสู่ตลาดโลก เชื่อมโยงกลุ่มประเทศในทะเลสาบแคสเบียนและเอเชียกลาง เป็นพันธมิตรใหม่ด้านหม่อนไหม หวังสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้กับผู้ผลิตสินค้าไหมไทย ผนึกทุกภาคส่วนเล็งเห็นการพัฒนาไหมไทยคุณภาพให้เป็นระบบมากขึ้น
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2007
ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตเส้นไหมและผ้าไหมรายสำคัญของโลก รองจากประเทศจีนและอินเดีย โดยมีมูลค่าการส่งออกผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ไหมปีละ 900 – 1,000 ล้านบาท และจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวอีกปีละประมาณ 2,000 – 3,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่ามูลค่าการส่งออกดังกล่าวยังไม่สูงมากนักเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศจีนและอินเดีย ดังนั้น ลู่ทางในการขยายตลาดของไหมไทยยังมีความเป็นไปได้สูง ในการนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย ในการที่จะพัฒนาขีดความสามารถ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการขยายตลาดไหมไทยในอนาคต
| ||||||
กระทรวงเกษตรฯ จัดโครงการปลูกต้นไม้สีเหลืองหลากหลายสายพันธุ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จ.ปทุมธานี
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2007
ศ.ดร.ธีระ สูตะบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกต้นไม้สีเหลืองเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการจัดโครงการปลูกต้นไม้สีเหลืองเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา ขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ เพื่อเป็นการเฉลิม- พระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 | ||||||
รมช.กษ.ลงพื้นที่ติดตามโครงการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ ย้ำส่วนราชการเตรียมความพร้อมรับมือภาวะฝนตกหนักและอุทกภัย บูรณาการการทำงานและเพิ่มพื้นที่ซับน้ำ ป้องกันการเกิดอุทกภัยซ้ำ
วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม 2007
| นายรุ่งเรือง อิศรางกูร ณ อยุธยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ เดินทางไปรับฟังการบรรยายสรุปโครงการช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ณ สำนักงานสหกรณ์จังหวัด และดูงานคันกั้นน้ำป้องกันน้ำเข้าเมือง ตำบลน้ำริด อำเภอเมือง และงานก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งสาเหตุการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่มที่ จ. อุตรดิตถ์ เมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา นอกจากปัญหาการเกิดภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ในปริมาณมากอย่างต่อเนื่องแล้ว อีกสาเหตุมาจากการใช้พื้นที่การเกษตรที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นแนวทางการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ จ. อุตรดิตถ์ กระทรวงเกษตรฯ ได้บรรจุอยู่ในแผนระยะปานกลางและระยะยาวในการแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว | ||||||
