ในการประชุมดังกล่าว ร้อยโท สุวิทย์ ยอดมณี ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการร่างแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติฉบับที่ 4 พ.ศ. 2550-2554 ว่า สืบเนื่องจากประเทศไทยมีแผนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการพัฒนาการกีฬามาแล้ว 3 ฉบับ ได้แก่ แผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2531-2539) ฉบับที่ 2(พ.ศ.2540-2544) และฉบับที่ 3(พ.ศ.2545-2549)
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบด้านการกีฬาของประเทศ จึงได้ร่างแผนพัฒนาการกีฬาฉบับนี้ขึ้น เพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาการกีฬาประเทศ ให้บรรลุเป้าหมายในการพัฒนาการกีฬาขั้นพื้นฐาน การกีฬาเพื่อมวลชน การกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ การกีฬาเพื่อการอาชีพ โดยใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬาเสริมสร้างศักยภาพในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา และใช้หลักการ บูรณาการทุกภาคส่วน และหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการการกีฬาที่สนับสนุนและเอื้อต่อการพัฒนาการกีฬาทุกระดับ
สำหรับวัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาการกีฬา เป็นไปเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มทุกระดับมีโอกาสได้เล่นกีฬา และออกกำลังกาย เพื่อพัฒนาทักษะด้านการกีฬาขั้นพื้นฐานอย่างถูกต้อง และเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมรรถภาพที่ดี ปลูกฝังความมีน้ำใจนักกีฬาให้เป็นค่านิยม เกิดความสมานฉันท์ของคนในชาติ ทั้งนี้เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์สร้างค่านิยมการออกกำลังกาย เล่นกีฬา ดูกีฬา และนันทนาการจนเป็นวิถีชีวิต ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาในการพัฒนาการเล่นกีฬา พร้อมทั้งให้มีการศึกษาวิจัย พัฒนาองค์ความรู้ ตลอดจนการบูรณาการและผลิตบุคลากรด้านการกีฬาอย่างมีมาตรฐาน
นอกจากนี้ ยังได้กำหนดเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม เช่น เด็ก เยาวชน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ได้ออกกำลังกาย เล่นกีฬา และร่วมกิจกรรมนันทนาการเป็นประจำ และมีสมรรถภาพทางร่างกายตามเกณฑ์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ในโรงเรียนมีครูที่มีวุฒิการศึกษาด้านพละศึกษา ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีผู้นำนักกีฬาและอาสาสมัคร ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬา สถานกีฬา อุปกรณ์กีฬาที่มีคุณภาพ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของจำนวนตำบลทั้งหมด มีการศึกษาวิจัย สร้างสิ่งประดิษฐ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการกีฬา การออกกำลังและนันทนาการ เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ต่อปี มีองค์กรกีฬาและเครือข่ายที่ประชาชนมีส่วนร่วมบริหารจัดการกีฬาอย่างมีประสิทธิภาพครบทุกตำบล มีการแข่งขันกีฬาที่ได้มาตรฐานทุกระดับ มีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการติดตามประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมและพัฒนากีฬาสากล และกีฬาไทย เพื่อนำร่องสู่กีฬาอาชีพ และก้าวสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิค
ส่วนการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัตินั้น มีการบริหารดำเนินการและการประสานงานซึ่งกันและกัน แบ่งเป็นระดับนโยบาย ระดับการผลักดันแผน ระดับปฏิบัติการ โดยในระดับนโยบาย มีคณะกรรมการนโยบายการกีฬาแห่งชาติทำหน้าที่เชื่อมโยงระดับชาติ ส่วนการผลักดันแผนไปสู่การปฏิบัตินั้น ในส่วนกลางมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา(กก.) เป็นหน่วยงานหลัก โดยบูรณาการระหว่างหน่วยงาน คือ การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ(สพก.) สถาบันการพลศึกษา(สพล.) ระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด มีศูนย์การท่องเที่ยว กีฬาและนันทนาการเป็นหน่วยงานประสานการขับเคลื่อน ระดับท้องถิ่น มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปฏิบัติการ ทั้งนี้อยู่ภายใต้การติดตามและประเมินผลของอนุกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติฉบับที่ 4 พ.ศ. 2550-2554 ซึ่งกำหนดให้มีการทบมวนแผนฯ ดังกล่าวทุกปีอีกด้วย.
