รมว.กก. เปิดเผยว่า องค์การการท่องเที่ยวโลก(UNWTO) ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปสำรวจพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย และได้ร่วมกันสรุป คัดเลือกพื้นที่ดำเนินโครงการขึ้น ณ จังหวัดพังงา โดยรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ได้สนับสนุนงบประมาณ จำนวน 100,000 ยูโร หรือประมาณ 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินงานโครงการ มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี(2550-2552) มีการมุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ เพื่อนำประสบการณ์จากโครงการนี้ไปประยุกต์ใช้กับโครงการอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งกิจกรรมต้นแบบ คือ การก่อสร้างทางเดินศึกษาธรรมชาติ(Walk Way) ในพื้นที่ ป่าชายเลน ตำบลเกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา และการสร้างทางเดิน( Trail) ศึกษาป่าชายเลน และป่าพรุในพื้นที่อุทยานแห่งชาติท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา
ร้อยโท สุวิทย์ฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ เพื่อการวางแผนการจัดการการท่องเที่ยว โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ด้านความหลากหลายทางชีววิทยา ในการจัดตั้งและเสริมสร้างสภาพแวดล้อม ให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีววิทยา การอำนวยความสะดวกให้เกิดการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่าง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ(Key stakeholders) ทั้งจากภาครัฐและเอกชน การเป็นหลักประกันถึง การมีส่วนร่วมและเกี่ยวข้องกับการพัฒนาในเรื่องยุทธศาสตร์ สำหรับการบริหารจัดการและการพัฒนา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เป้าหมายโดยรวมของโครงการ เป็นการเสริมสร้างการพัฒนา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่ชายฝั่ง อันดามันของไทยที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2547 โดยเน้นการจัดการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการ การท่องเที่ยวในพื้นที่ 2 แห่ง(two model sites) ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโครงการนำร่อง ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีววิทยาในสาขาการท่องเที่ยว มุ่งพัฒนาการท่องเที่ยวระดับภูมิภาค และระดับท้องถิ่นสู่ความยั่งยืนในระยะยาว ตลอดจนสร้างการบริหารจัดการการท่องเที่ยว ลักษณะการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ(Eco-Tourism) ที่เขียวขจีและสะอาด(Green and Clean Tourism) ระดับโลก(World Class Destination) ก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนในระยะยาว โดยการร่วมสร้างผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดย รมว.กก. มี ความเชื่อมั่น ที่จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่ประสบปัญหา ภัยพิบัติในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มขึ้น ในพื้นที่อื่นต่อไป
อนึ่ง พื้นที่บริเวณเกาะคอเขา และพื้นที่ท้ายเหมือง เป็นพื้นที่ที่มีความสวยงามมีหาดทรายทอดยาวขาวสะอาดสลับกับภูเขา ป่าชายเลน โกงกางใบเล็ก โกงกางใบใหญ่ ตะปูนขาว ถั่วดำ ฝาดอกแดง แสมขาว แสมดำ และไม้วงศ์ปาล์ม(จาก เป้งทะเล หลาวชะโอน) ไม้พื้นที่ล่าง (กระเพาะปลา เหงือกปลาหมอ) อีกทั้งในอดีต มีการทำเหมืองแร่มาก่อน และบนเกาะคอเขา มียอดเขาสูงที่สุด ประมาณ 175 เมตร จากระดับน้ำทะเล ทำให้สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่องด้วย.
