www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมมาตรฐานฮาลาล
ร้อยโท สุวิทย์  ยอดมณี  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก)  เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมมาตรฐานฮาลาล   เพื่อจะผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางมาตรฐานอาหารฮาลาล  สำหรับการท่องเที่ยวและการกีฬา  ไปสู่พี่น้องชาวมุสลิม   ทั้งประเทศไทย  ประเทศเพื่อนบ้านและระดับนานาชาติต่อไป  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2550

ในการประชุมดังกล่าว ร้อยโท สุวิทย์  ยอดมณี  ได้เปิดเผยว่า  การส่งเสริมมาตรฐานฮาลาลเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีการบริหารจัดการและบริการอย่างมีคุณภาพระดับนานาชาติ  การส่งเสริมมาตรฐานฮาลาล  โดยการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว  เพื่อให้มีการบริการที่ถูกต้องตามหลักการของศาสนาอิสลาม  และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิม  เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม  ทั้งนี้ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการส่งเสริมมาตรฐานฮาลาลขึ้น  18  คน  โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เป็นที่ปรึกษา  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  เป็นประธานอนุกรรมการฯ  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ปลัดกระทรวงพาณิชย์  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว  ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทการบินไทย  รองอธิบดีกรมศาสนา  รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  (ด้านสินค้าการท่องเที่ยว)  ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาล  สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย  เป็นกรรมการด้วย  ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษา  กำหนดแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวกับกลุ่มประเทศมุสลิม เสนอแนะการให้บริการที่ถูกต้อง  ให้คำปรึกษาการให้บริการด้านอาหาร  ในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ  จัดทำคู่มือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์  และติดตามประเมินผล

 ซึ่งในปัจจุบันตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเป็นตลาดที่มีการเติบโตเร็วมาก     มีอัตราเติบโตระหว่างปี 2542-2548 ประมาณ 9.63% และในปี 2549 จำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางจำนวน  392,416 คน  เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 34.13  โดยมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามลำดับ  ดังนี้  ประเทศอิสราเอล  สหรัฐอาหรับอิมิเรต  คูเวต  เตอร์กี  ซาอุดิอาระเบีย  อียิปต์  ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงประเทศมุสลิมในภูมิภาคอื่น ๆ เช่น มาเลเซีย  อินโดนีเซีย  อินเดีย ฯลฯ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมกันแล้วมากกว่า 2 ล้านคน นอกจากการเดินทางมาท่องเที่ยวแล้ว  มีแนวโน้มอัตราการเติบที่ดี  โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญคือความเข้มแข็งและภาวการณ์เติบโตทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศดังกล่าว  และการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบิน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายการบิน    เอมิเรตส์  ที่ได้เพิ่มจำนวนเที่ยวบินจากดูไบสู่กรุงเทพฯ เป็น 18 เที่ยวบิน/สัปดาห์  นักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมีแนวทางและวิถีการปฏิบัติตามหลักศาสนาอย่างชัดเจนและเคร่งครัดตามหลัก ฮาลาล และหะรอม  ดังนั้นหากประเทศไทยต้องการที่จะเชิญชวนนักท่องเที่ยวมุสลิมให้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย  จึงมีความจำเป็นในการที่จะจัดเตรียมสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวให้ถูกต้องตามหลักที่ศาสนาได้กำหนดไว้  และกอปรกับประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน World  of  Muslim  Bangkok  Sustainable Way of Life Trade , Culture , and Relationship  ระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2550  ณ  ฮอลล์ 5,6  อิมแพ็ค  เมืองทองธานี  จึงน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นและโอกาสอันดี       ในการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง (Destination) สำหรับนักท่องเที่ยวพี่น้องชาวมุสลิม
 
 อย่างไรก็ตาม นอกจากการเดินทางมาท่องเที่ยวแล้ว ยังมีการเดินทางเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพ  จากโรงพยาบาลเอกชน  รวมถึงการแข่งขันกีฬาในรายการต่างๆ จึงมีการจำเป็นที่จะมีการจัดเตรียมสินค้าและบริการการท่องเที่ยวให้ถูกต้องตามหลักศาสนาเกี่ยวกับหลักฮาลาลและหะรอม  ทั้งนี้ จะมีการจัดทำคู่มือเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไปสู่สายการบิน  โรงแรม  สถานทูตในต่างประเทศ และยังผลักดันสู่การปฏิบัติที่เป็นจริง  โดยความร่วมมือจากผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยว  การบริหารจัดการ  การแข่งขันกีฬานานาชาติ  เพื่อเป็นการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้นอาหาร บริษัทนำเที่ยว บริการสปา และแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในหลักการบริการที่ถูกต้องและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิม จึงมีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการจัดทำเอกสารคู่มือมาตรฐานฮาลาล  และคู่มือผู้ประกอบการการท่องเที่ยวในการให้บริการที่ถูกหลักการและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวมุสลิม  เป็นระดับสากล

 หลังจากนั้น  นายศักดิ์ทิพย์  ไกรฤกษ์  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์      ครั้งที่ 24  พ.ศ. 2550  และเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4  พ.ศ. 2551 ได้มีการมอบหมายให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ  สวนดุสิต เป็นผู้ดำเนินการบริการอาหารฮาลาล  อย่างมีมาตรฐานสากล  ซึ่งได้ดำเนินการอย่างเข้มงวดและเคร่งครัดตามหลักศาสนา  ตั้งแต่การจัดซื้ออาหาร  เครื่องปรุง  สถานที่ปรุงอาหาร  ภาชนะ  และรูปแบบการให้บริการ
 
 นอกจากนี้  ยังมีการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งคณะทำงานอีก 3 คณะ ประกอบด้วย คณะทำงานด้านเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวต่อตลาดนักท่องเที่ยว  คณะทำงานจัดทำคู่มือมาตรฐานฮาลาล และคณะทำงานจัดประชุมสัมมนาให้ความรู้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาตรฐานฮาลาล  เพื่อจะให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาลงนามแต่งตั้งฯ  ซึ่งจะร่วมกันผลักดันและประชาสัมพันธ์ให้ประเทศไทย  เป็นแหล่งอาหารมุสลิมตามมาตรฐานฮาลาล  สำหรับการท่องเที่ยวและกีฬา  ทั้งในประเทศ  ระดับภูมิภาคและนานาชาติต่อไป