โดยมี นางแสงจันทร์ วรสุมันต์ อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยผู้บริหารกรมพลศึกษา ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่รักการออกกำลัง ร่วมในงาน ณ บริเวณลานพระพลบดี สนามกีฬาแห่งชาติ วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕มหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน “แชลเลนจ์เดย์” (Challenge Day) คือ วันแข่งขันมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน ซึ่งเป็นกิจกรรมชนิดเดียวในโลกที่ประชาชนทุกคนในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นในหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ หรือจังหวัด ร่วมเป็นนักกีฬาเข้าแข่งขัน ซึ่งประชาชนทุกคนมีความสำคัญเท่ากัน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาทีมชาติ ผู้สูงอายุ คนพิการ หรือนักบวช ฯลฯ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่เมืองซัสคาร์ตูนประเทศแคนาดา ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๓๒ สมาคมกีฬามวลชนนานาชาติ TAFISA (Trim And Fitness International Sports For All Association ) ได้นำหลักการวันมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน “แชลเลนจ์เดย์” ภายในประเทศมาเป็นแนวทางจัดการแข่งขันกีฬามวลชน “แชลเลนจ์เดย์” นานาชาติ ให้เป็นที่แพร่หลายทั่วโลก โดยแต่ละประเทศเสนอท้องถิ่นเข้าร่วมแข่งขัน ตามกลุ่มที่มีประชาชนใกล้เคียงกัน เข้าแข่งขัน และได้กำหนดให้วันพุธสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคนของทุกปี เป็นวัน “แชลเลนจ์เดย์” นานาชาติ ในประเทศไทย เริ่มมีการจัดโครงการมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชล “แชลเลนจ์เดย์” เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบการจัดร่วมกับกระทรวงมหาดไทยกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้ถ่ายโอนมาเป็นภารกิจหลักของกรมพลศึกษาตามภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย โดยมอบหมาย โดยมอบให้สำนักการกีฬา กลุ่มกีฬามวลชน เป็นเจ้าของโครงการดำเนินการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน “แชลเลนจ์เดย์” ขึ้น โดยจัดการแข่งขันเป็นคู่ระหว่างจังหวัด ๒ จังหวัด รวม ๗๖ จังหวัด คู่แข่งขัน ๓๘ คู่ จังหวัดใดมีจำนวนร้อยละของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า เป็นผู้ชนะ
โดยในปี พ.ศ.๒๕๕๕ กรมพลศึกษาได้กำหนดจัดมหกรรมกีฬาเพื่อมวลชน ในวันพุธสุดท้ายของเดือนซึ่งตรงกับวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ช่วงเวลา ๐๕.๐๐ -๑๙.๐๐น. ณ สนามกีฬาตำบล อำเภอ ชุมชน ลานเอนกประสงค์ สนามกีฬาโรงเรียน และสนามกีฬาจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนได้ออกกำลังกายพร้อมทั่วประเทศ รวมทั้งปลูกฝังให้ประชาชน ทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย รักการออกกำลังกายและเล่นกีฬา มีสุขภาพที่ดี ซึ่งเป็นการสร้างความรักความสามัคคี นอกจากนั้น ยังเป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดต่างๆ ด้วย โดยผู้ที่มาออกกำลังกายจะลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่พลศึกษาอำเภอและจังหวัดทั่วประเทศ รวบรวมสถิติผู้มาเล่นกีฬาและออกกำลังกายในระดับจังหวัด ที่สามารถออกกำลังกายและเล่นกีฬาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย ๑๕ นาที จากนั้นจะรายงานผลจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นระยะ ซึ่งทางกรมพลศึกษาเปิดรับรายงานผลเพียงช่องทางเดียว ที่ศูนย์รับรายงานความเคลื่อนไหวตลอดจนบนหน้าเว็บไซต์ของกรมพลศึกษา WWW.DPE.GO.TH เมนู Challenge day เท่านั้นตั้งแต่เวลา ๐๕.๐๐ น. เป็นต้นไป และจะสรุปผลการแข่งขันและรับรางวัลเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ ๑) ระดับเขต อันดับที่ ๑-๓ ได้รับรางวัลถ้วยเกียรติยศจากอธิบดีกรมพลศึกษา ๒) ระดับประเทศ ดันดับ ๑-๕ ได้รับรางวัลถ้วยเกียรติยศจากปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ๓) ระดับเขตการแข่งขันระดับประเทศ ได้รับรางวัลถ้วยเกียรติยศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
