www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
     นายชุมพล  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยนายสมบัติ  คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำคณะนักกีฬาคนพิการและเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ณ ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้ารับโอวาทจาก ฯพณฯ นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2553
     นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมให้สัมภาษณ์สดในรายการ "สนามเป้าเล่าข่าว" ร่วมกับพลอากาศเอก อภิสิทธิ์  จุลโมกข์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้ทราบถึงการจัดงานแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ "ดวงประทีปพราวนภา เทิดราชาราชินี บารมีศรีแผ่นดิน" ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) ถ.พหลโยธิน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2553
     นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมกล่าวเปิดงานพิธีแถลงข่าว นอร์ท กรุงเทพมหกรรมกีฬาไทยครั้งที่ 5 ในหัวข้อการเสวนาเรื่อง อุดมศึกษากับการส่งเสริมและอนุรักษ์กีฬาภูมิปัญญาไทย  โดยมี ดร.ปัทมา รูปสุวรรณกุล ประธานจัดกิจกรรม และ ดร.ประเสริฐ ประวัติรุ่งเรือง อธิการบดีมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ กล่าวต้อนรับ  พร้อมด้วยหน่วยงานจากกรมพลศึกษา กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม สถาบันอาศรมศิลป์ และสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ เข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ด้วย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2553 เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 6 อาคาร 2 มหาวิทยาลัย  นอร์ทกรุงเทพ วิทยาเขตสะพานใหม่ เพื่อเป็นการปลูกฝังให้เยาวชนไทยได้ร่วมกันสนับสนุน ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทยและกีฬาไทยให้คงอยู่คู่ประเทศไทยสืบไป 
     นายสมบัติ  คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางเพื่อให้คนพิการมีส่วนร่วมในการพิจารณาก่อสร้างสนามกีฬา โดยมีผู้แทนจากกรมพลศึกษา การกีฬาแห่งประเทศไทย สถาบันการพลศึกษา สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย สมาคมคนพิการแห่งประเทศไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เข้าร่วมในการประชุมในครั้งนี้ด้วย ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 3 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2553

     นายชุมพล  ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายสมบัติ  คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกนกพันธุ์  จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการประชุม  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่  25 พฤศจิกายน 2553 

     การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมกีฬามาโดยตลอด และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 กกท. ได้รับการอนุมัติงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยทีได้รับการรับรองจาก กกท. รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 174,460,850 บาท โดยเป็นการจัดสรรงบประมาณให้สมาคมกีฬาต่างๆ 3 กิจกรรม ประกอบไปด้วย

     1.เงินอุดหนุนกิจการทั่วไป 112,205,850 บาท

     2.การส่งแข่งขันต่างประเทศ 12,310,000 บาท

     3.การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ 16,083,500 บาท

     โดยที่ประชุมได้อนุมัติให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ และในส่วนของเงินอุดหนุนสมาคมกีฬาจังหวัด ในฐานะที่ กกท. เป็นองค์กรกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกภาคส่วน ประสบความสำเร็จสามารถบริหารจัดการกีฬาได้อย่างมีมาตรฐานมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาล และส่งเสริมการบริหารจัดการองค์กรกีฬาในส่วนภูมิภาค โดยจัดสรรงบประมาณส่งเสริมการกีฬาและการดำเนินกิจการให้แก่สมาคมกีฬาจังหวัด รวม 76 สมาคม ในวงเงิน 77,000,000 บาท โดยจะจัดสรรให้ตามระดับคะแนนที่สมาคมกีฬานั้นๆ ได้รับ  

     นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบค่าตอบแทนของผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย จากการที่คณะกรรมการกีฬาแห่งประเทศไทย มีมติเห็นชอบและแต่งตั้งให้นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยอีกวาระหนึ่ง โดยคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดค่าจ้างและสัญญาจ้างผู้ว่าการ กกท. ซึ่งมีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานอนุกรรมการ ได้ทำความตกลงกับนายกนกพันธุ์  จุลเกษม กำหนดอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมคือ 213,000 บาท 

     นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ โดยมี นายบรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะประธานที่ปรึกษาฯ พร้อมด้วย นายธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธพล อังกินันทน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุมด้วย ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553          

     โดยภายหลังการประชุมหารือข้อราชการต่างๆ แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวปิดท้ายว่าตนเองมั่นใจว่านักกีฬาไทย จะสามารถคว้าเหรียญทองมาให้ชาวไทยได้ชื่นชม จำนวน 11-12 เหรียญทองในศึกกวางโจวเกมส์ อาจจะคาดเคลื่อนจากเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 15 เหรียญทอง ประมาณ 3-4 เหรียญทองเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยได้เหรียญทอง 7 เหรียญ เหรียญเงิน 7 เหรียญ เหรียญทองแดง 25 เหรียญ และคาดว่าจะกวาดเหรียญทองได้เพิ่มอีก 3-4 เหรียญทอง จากการแข่งขันตระกร้อ ประเภทชายและหญิง จำนวน 2 เหรียญ การแข่งขันมวยสากล ประเภทชายและหญิง จำนวน 2 เหรียญ และกรีฑา จำนวน 1 เหรียญ ซึ่งนักกีฬาที่ได้รับเหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลคนละ 1 ล้านบาท  เหรียญเงิน จะได้รับเงินรางวัลคนละ 500,000 บาท  เหรียญทองแดง จะได้รับเงินรางวัลคนละ 200,000  บาท คาดว่าจะต้องจ่ายเงินรางวัล เป็นเงินทั้งสิ้น 94,370,000 บาท ในขณะนี้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติพร้อมจ่ายแล้ว และขอแสดงความยินดีสำหรับนักกีฬาชาวไทยที่ได้รับเหรียญรางวัลครั้งนี้ อีกทั้งขอให้นักกีฬา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เดินทางกลับประเทศไทย หลังสิ้นสุดการแข่งขันในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 ด้วยรอยยิ้ม มีความสุข และมีสวัสดิภาพ

     นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวโครงการส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Tourism Hub) ตามแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนิเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553

พิธีมอบรางวัลโครงการ Thailand Boutique Award 2010

วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2010

     นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการ Thailand Boutique Award 2010 ซึ่งจัดขึ้นโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ KTC หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และ มาสเตอร์คาร์ด เพื่อร่วมสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พร้อมทั้งเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กทั่วประเทศ สร้างโอกาสให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น และเร่งพัฒนาศักยภาพการทำธุรกิจโรงแรมให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน ณ โรงละครอักษราเธียเตอร์ ซอยรางน้ำ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2553

     กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จับมือ ช่อง 5 และหน่วยงานราชการทั้งในและต่างประประเทศ อาทิ สถานเอกอัคราชทูตและคณะชาวไทยในต่างประเทศ  และชาวไทยทั่วโลก  ร่วมเผยแพร่กิจกรรมเทิดพระเกียรติเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและร่วมถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระราชพิธีมหามงคลน้อมดวงใจไทยทั้งชาติถวายพระพรชัย 5 ธันวาคม 2553 กำหนดจัดการถ่ายทอดสดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษายิ่งใหญ่ พร้อมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร

     เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 นายเสกสรร นาควงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นประธานในพิธีแถลงข่าวถ่ายทอดสดรายการ ร้อยใจไทย จุดเทียนชัยถวายพระพรพร้อมด้วย นายพีรวิช สุวรรณประเทศ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พลโทฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) ร่วมแถลงข่าวในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 83พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีต่อพสกนิกรชาวไทย  อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเป็นการแสดงให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงความสามัคคีของคนในชาติ  ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5)            

     นายเสกสรร นาควงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมถวายพระพร 5 ธันวามหาราช เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยให้คนทั่วโลกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีต่อปวงชนชาวไทยด้วยความรัก ความเมตตาประดุจดังพ่อของแผ่นดิน ซึ่งการถ่ายทอดสดในครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ตั้งแต่ เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป และเป็นการถ่ายทอดไปยังทั่วโลก 6 ทวีป 177 ประเทศ โดย TGN (Thai TV Global Network) ภายใต้การกำกับดูแลของ ททบ. 5           

     สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วงเวลามหามงคลนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังได้ร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมจัดแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 3 และ ครั้งที่ 4 ร่วมกัน ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ในวันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม 2553 และวันเสาร์ที่ 1 มกราคม 2554โดยจะเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์ในการท่องเที่ยวไทยให้คนในประเทศได้มีโอกาสท่องเที่ยวสู่ดินแดนอันสวยงามในภาคเหนือของประเทศ และพร้อมกันนี้ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศจะได้มีโอกาสในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่ง งานแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ดวงประทีปพราวนภา เทิดราชาราชินี บารมีศรีแผ่นดิน (International Fireworks)” ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ถือเป็นกิจกรรมประกวดพลุนานาชาติระดับ World Class มีประเทศที่เข้าร่วม อาทิ ประเทศออสเตรเลีย, เดนมาร์ก, สหรัฐอเมริกา, สาธารณรัฐประชาชนจีน และนับเป็นการจัดกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และตระการตาที่สุดในเอเชีย  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โทร. 02-283-1552 หรือ ททท. 1672

     นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) ได้เรียกประชุมผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการสรุปความเสียหายของแหล่งท่องเที่ยว/ สถานที่ท่องเที่ยว และภาพรวมด้านท่องเที่ยวและกีฬาที่เกิดจากปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของประเทศเป็นการเร่งด่วน ณ ห้องประชุม รมว.กก. ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  ก่อนเดินทางไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ พร้อมกับนายกรัฐมนตรี  

     นาย ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า จากการที่ได้มอบหมายให้นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานคณะทำงานด้านวิกฤตอุทกภัยกับการท่องเที่ยวและกีฬาไทย ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีการประชุมปรึกษาหารือมาแล้ว จำนวน 4 ครั้งที่ผ่านมานั้น สามารถสรุปมาตรการและความต้องการที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ดังนี้   

1. นโยบายเร่งด่วนในระยะสั้น  ประกอบด้วย

1.1) นโยบายให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และหน่วยงานต่างๆ จัดการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ท่องเที่ยว แข่งขันกีฬา และจัดกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ที่ที่เกิดอุทกภัยมากขึ้น 

1.2) นโยบายขยายเวลา การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติฟรี ในระยะ 6 เดือน ถึง 1 ปี นับตั้งแต่บัดนี้

1.3) นโยบายเสริมสภาพคล่อง แก่ธุรกิจและผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยการขยายวงเงินกู้/สินเชื่อต่างๆให้แก่ธุรกิจท่องเที่ยวที่วงเงินกู้เต็มวงเงิน ให้สามารถกู้ได้เพิ่มอีก 25-45 เปอร์เซ็นต์จากวงเงินกู้เดิมที่มีอยู่แล้ว 

1.4) นโยบายการขยายขอบเขตการหักลดหย่อยภาษีให้แก่ร้านค้าและนักท่องเที่ยว ในวงเงิน 15,000 บาทเดิม ที่ครม.ได้อนุมัติเฉพาะร้านอาหารในโรงแรม เป็นร้านอาหาร/ภัตตาคารทั่วไปในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย สามารถหักลดหย่อยภาษีเพิ่มได้  

1.5) นโยบายให้หน่วย งานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และหน่วยงานต่างๆ เร่งเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม 2553-ธันวาคม 2553) แทนการเร่งเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 4(กรกฏาคม 2554-กันยายน 2554)  

2. นโยบายเร่งด่วนในระยะปานกลาง-ยาว  

2.1) นโยบายให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และที่เกี่ยวข้อง ที่จะจัดประชุม สัมมนา ลักษณะ MICE จะ ต้องจัดจ้างผ่านบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น 

2.2) นโยบายในการจัดระเบียบ และงบประมาณอุดหนุนสมาคมท่องเที่ยวภาคเอกชน เหมือนด้านการกีฬาของประเทศไทย ตลอดจนตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวระดับจังหวัดด้วย   

2.3) นโยบายในการจัดตั้งกองทุนเพื่อการท่องเที่ยว ในลักษณะแม็ทชิ่งฟันด์(Matching Fund) หรือธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว(Tourism Bank of Thailand) เพื่อประโยชน์ในการศึกษา การวิจัย การตลาด การฟื้นฟู การพัฒนา การปรับปรุง และอื่นๆทางด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะวิกฤตด้านการท่องเที่ยว ที่สามารถใช้เงินแก้ปัญหาต่างๆได้ทันเหตุการณ์และเป็นไปในเชิงรุก

     นาย ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวปิดท้ายว่า สำหรับตัวเลขความเสียหายด้านการท่องเที่ยวในด้านรายได้ที่หน่วยงานในสังกัด ได้สรุปว่า ภาคใต้ จำนวน 10,000 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 300-400 ล้านบาท ภาคกลาง จำนวน 300-400 ล้านบาท  ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร จำนวน 1,200 ล้านบาท(พื้นที่ภาคเหนือ กลางและอีสาน)  แหล่งท่องเที่ยว จำนวน 539 ล้านบาท (จำนวน 142 แหล่ง 27 จังหวัด) และสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 24 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 12,363 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ไม่ชัดเจนและขาดหลักการที่ดีเพียงพอ ตนเองจึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกลับไปสำรวจความเสียหายให้ชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว/สถานที่ท่องเที่ยวผู้ประกอบการ ประเมินรายได้ที่สูญเสีย/เสียหาย วิธีการแก้ไขโดยเร่งด่วน และปัญหาที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำกัดว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานไหน เช่น กรมศิลปากร องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นๆ  และมารายงานให้ทราบภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 เพื่อจะพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2553 ต่อไป แต่อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เกินกว่า 15 ล้านคนในปี 2553 อย่างแน่นอน เนื่องจากอุทกภัย  ภัยหนาว  และภัยแล้งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติที่ยากจะหลีกเลี่ยง แต่เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวไทย สินค้าและบริการการท่องเที่ยวไทย และวิถีแห่งความเป็นไทย ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตามเป้าหมายไปพร้อมๆ กับแผนการฟิ้นฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในขณะเดียวกันด้วย

หน้า 21 จาก 28