รมว.ท่องเที่ยวนำคณะนักกีฬาคนพิการเข้าพบนายกรัฐมนตรี
วันพุธที่ 08 ธันวาคม 2010
ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวสัมภาษณ์สดในรายการ "สนามเป้าเล่าข่าว"
วันพุธที่ 08 ธันวาคม 2010
แถลงข่าว “นอร์ทกรุงเทพมหกรรมกีฬาไทย” ครั้งที่ 5
วันเสาร์ที่ 04 ธันวาคม 2010
การประชุมหารือแนวทางให้คนพิการมีส่วนร่วมพิจารณาก่อสร้างสนามกีฬา
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2010
ประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย
วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2010
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการประชุม ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2553
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้ดำเนินการจัดสรรเงินอุดหนุนให้กับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานและการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของสมาคมกีฬามาโดยตลอด และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 กกท. ได้รับการอนุมัติงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่สมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยทีได้รับการรับรองจาก กกท. รวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 174,460,850 บาท โดยเป็นการจัดสรรงบประมาณให้สมาคมกีฬาต่างๆ 3 กิจกรรม ประกอบไปด้วย
1.เงินอุดหนุนกิจการทั่วไป 112,205,850 บาท
2.การส่งแข่งขันต่างประเทศ 12,310,000 บาท
3.การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ 16,083,500 บาท
โดยที่ประชุมได้อนุมัติให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ และในส่วนของเงินอุดหนุนสมาคมกีฬาจังหวัด ในฐานะที่ กกท. เป็นองค์กรกีฬาเพื่อความเป็นเลิศในทุกภาคส่วน ประสบความสำเร็จสามารถบริหารจัดการกีฬาได้อย่างมีมาตรฐานมีประสิทธิภาพบนพื้นฐานหลักธรรมาภิบาล และส่งเสริมการบริหารจัดการองค์กรกีฬาในส่วนภูมิภาค โดยจัดสรรงบประมาณส่งเสริมการกีฬาและการดำเนินกิจการให้แก่สมาคมกีฬาจังหวัด รวม 76 สมาคม ในวงเงิน 77,000,000 บาท โดยจะจัดสรรให้ตามระดับคะแนนที่สมาคมกีฬานั้นๆ ได้รับ
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาเห็นชอบค่าตอบแทนของผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย จากการที่คณะกรรมการกีฬาแห่งประเทศไทย มีมติเห็นชอบและแต่งตั้งให้นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยอีกวาระหนึ่ง โดยคณะอนุกรรมการพิจารณากำหนดค่าจ้างและสัญญาจ้างผู้ว่าการ กกท. ซึ่งมีปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานอนุกรรมการ ได้ทำความตกลงกับนายกนกพันธุ์ จุลเกษม กำหนดอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมคือ 213,000 บาท
ประชุมกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ ครั้งที่ 10/2553
วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน 2010
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามเร่งรัดพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ โดยมี นายบรรหาร ศิลปอาชา ในฐานะประธานที่ปรึกษาฯ พร้อมด้วย นายธีระวัฒน์ ศิริวันสาณฑ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายยุทธพล อังกินันทน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมประชุมด้วย ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2553
โดยภายหลังการประชุมหารือข้อราชการต่างๆ แล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้กล่าวปิดท้ายว่าตนเองมั่นใจว่านักกีฬาไทย จะสามารถคว้าเหรียญทองมาให้ชาวไทยได้ชื่นชม จำนวน 11-12 เหรียญทองในศึกกวางโจวเกมส์ อาจจะคาดเคลื่อนจากเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 15 เหรียญทอง ประมาณ 3-4 เหรียญทองเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยได้เหรียญทอง 7 เหรียญ เหรียญเงิน 7 เหรียญ เหรียญทองแดง 25 เหรียญ และคาดว่าจะกวาดเหรียญทองได้เพิ่มอีก 3-4 เหรียญทอง จากการแข่งขันตระกร้อ ประเภทชายและหญิง จำนวน 2 เหรียญ การแข่งขันมวยสากล ประเภทชายและหญิง จำนวน 2 เหรียญ และกรีฑา จำนวน 1 เหรียญ ซึ่งนักกีฬาที่ได้รับเหรียญทอง จะได้รับเงินรางวัลคนละ 1 ล้านบาท เหรียญเงิน จะได้รับเงินรางวัลคนละ 500,000 บาท เหรียญทองแดง จะได้รับเงินรางวัลคนละ 200,000 บาท คาดว่าจะต้องจ่ายเงินรางวัล เป็นเงินทั้งสิ้น 94,370,000 บาท ในขณะนี้กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติพร้อมจ่ายแล้ว และขอแสดงความยินดีสำหรับนักกีฬาชาวไทยที่ได้รับเหรียญรางวัลครั้งนี้ อีกทั้งขอให้นักกีฬา เจ้าหน้าที่ สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง เดินทางกลับประเทศไทย หลังสิ้นสุดการแข่งขันในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 ด้วยรอยยิ้ม มีความสุข และมีสวัสดิภาพ
แถลงข่าวโครงการส่งเสริมความเป็นศูนย์การการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์
วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2010
พิธีมอบรางวัลโครงการ Thailand Boutique Award 2010
วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2010
5 ธันวามหาราช ไทยทั่วโลก ร้อยดวงใจไทย จุดเทียนชัยถวายพระพร
วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน 2010
กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จับมือ ช่อง 5 และหน่วยงานราชการทั้งในและต่างประประเทศ อาทิ สถานเอกอัคราชทูตและคณะชาวไทยในต่างประเทศ และชาวไทยทั่วโลก ร่วมเผยแพร่กิจกรรมเทิดพระเกียรติเพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและร่วมถวายพระพรแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพระราชพิธีมหามงคลน้อมดวงใจไทยทั้งชาติถวายพระพรชัย 5 ธันวาคม 2553 กำหนดจัดการถ่ายทอดสดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษายิ่งใหญ่ พร้อมพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพร
เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 นายเสกสรร นาควงศ์ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นประธานในพิธีแถลงข่าวถ่ายทอดสดรายการ “ร้อยใจไทย จุดเทียนชัยถวายพระพร” พร้อมด้วย นายพีรวิช สุวรรณประเทศ รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พลโทฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ. 5) ร่วมแถลงข่าวในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 83พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2553เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มีต่อพสกนิกรชาวไทย อีกทั้งยังเป็นการถ่ายทอดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และเป็นการแสดงให้คนทั้งโลกได้เห็นถึงความสามัคคีของคนในชาติ ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5)
นายเสกสรร นาควงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมถวายพระพร 5 ธันวามหาราช เพราะนอกจากจะเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยให้คนทั่วโลกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่มีต่อปวงชนชาวไทยด้วยความรัก ความเมตตาประดุจดังพ่อของแผ่นดิน ซึ่งการถ่ายทอดสดในครั้งนี้จะมีขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม 2553 ตั้งแต่ เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป และเป็นการถ่ายทอดไปยังทั่วโลก 6 ทวีป 177 ประเทศ โดย TGN (Thai TV Global Network) ภายใต้การกำกับดูแลของ ททบ. 5
สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วงเวลามหามงคลนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังได้ร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมจัดแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ ครั้งที่ 3 และ ครั้งที่ 4 ร่วมกัน ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ในวันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม 2553 และวันเสาร์ที่ 1 มกราคม 2554โดยจะเป็นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์ในการท่องเที่ยวไทยให้คนในประเทศได้มีโอกาสท่องเที่ยวสู่ดินแดนอันสวยงามในภาคเหนือของประเทศ และพร้อมกันนี้ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งประเทศจะได้มีโอกาสในการแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่ง “งานแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ดวงประทีปพราวนภา เทิดราชาราชินี บารมีศรีแผ่นดิน (International Fireworks)” ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ถือเป็นกิจกรรมประกวดพลุนานาชาติระดับ World Class มีประเทศที่เข้าร่วม อาทิ ประเทศออสเตรเลีย, เดนมาร์ก, สหรัฐอเมริกา, สาธารณรัฐประชาชนจีน และนับเป็นการจัดกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่และตระการตาที่สุดในเอเชีย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โทร. 02-283-1552 หรือ ททท. 1672
รมว.กก. สั่งประเมินความเสียหายท่องเที่ยวอีกครั้งก่อนเข้า ครม.
วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2010
นายชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (รมว.กก.) ได้เรียกประชุมผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการสรุปความเสียหายของแหล่งท่องเที่ยว/ สถานที่ท่องเที่ยว และภาพรวมด้านท่องเที่ยวและกีฬาที่เกิดจากปัญหาอุทกภัย ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ของประเทศเป็นการเร่งด่วน ณ ห้องประชุม รมว.กก. ชั้น 2 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อนเดินทางไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ พร้อมกับนายกรัฐมนตรี
นาย ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผยว่า จากการที่ได้มอบหมายให้นายสมบัติ คุรุพันธ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานคณะทำงานด้านวิกฤตอุทกภัยกับการท่องเที่ยวและกีฬาไทย ร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีการประชุมปรึกษาหารือมาแล้ว จำนวน 4 ครั้งที่ผ่านมานั้น สามารถสรุปมาตรการและความต้องการที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ดังนี้
1. นโยบายเร่งด่วนในระยะสั้น ประกอบด้วย
1.1) นโยบายให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และหน่วยงานต่างๆ จัดการประชุม สัมมนา ฝึกอบรม ท่องเที่ยว แข่งขันกีฬา และจัดกิจกรรมต่างๆในพื้นที่ที่ที่เกิดอุทกภัยมากขึ้น
1.2) นโยบายขยายเวลา การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า (Visa Fee) สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติฟรี ในระยะ 6 เดือน ถึง 1 ปี นับตั้งแต่บัดนี้
1.3) นโยบายเสริมสภาพคล่อง แก่ธุรกิจและผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยการขยายวงเงินกู้/สินเชื่อต่างๆให้แก่ธุรกิจท่องเที่ยวที่วงเงินกู้เต็มวงเงิน ให้สามารถกู้ได้เพิ่มอีก 25-45 เปอร์เซ็นต์จากวงเงินกู้เดิมที่มีอยู่แล้ว
1.4) นโยบายการขยายขอบเขตการหักลดหย่อยภาษีให้แก่ร้านค้าและนักท่องเที่ยว ในวงเงิน 15,000 บาทเดิม ที่ครม.ได้อนุมัติเฉพาะร้านอาหารในโรงแรม เป็นร้านอาหาร/ภัตตาคารทั่วไปในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย สามารถหักลดหย่อยภาษีเพิ่มได้
1.5) นโยบายให้หน่วย งานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชน และหน่วยงานต่างๆ เร่งเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสที่ 1 (ตุลาคม 2553-ธันวาคม 2553) แทนการเร่งเบิกจ่ายในไตรมาสที่ 4(กรกฏาคม 2554-กันยายน 2554)
2. นโยบายเร่งด่วนในระยะปานกลาง-ยาว
2.1) นโยบายให้หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และที่เกี่ยวข้อง ที่จะจัดประชุม สัมมนา ลักษณะ MICE จะ ต้องจัดจ้างผ่านบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนนำเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
2.2) นโยบายในการจัดระเบียบ และงบประมาณอุดหนุนสมาคมท่องเที่ยวภาคเอกชน เหมือนด้านการกีฬาของประเทศไทย ตลอดจนตั้งคณะกรรมการพัฒนาและส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวระดับจังหวัดด้วย
2.3) นโยบายในการจัดตั้งกองทุนเพื่อการท่องเที่ยว ในลักษณะแม็ทชิ่งฟันด์(Matching Fund) หรือธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว(Tourism Bank of Thailand) เพื่อประโยชน์ในการศึกษา การวิจัย การตลาด การฟื้นฟู การพัฒนา การปรับปรุง และอื่นๆทางด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะวิกฤตด้านการท่องเที่ยว ที่สามารถใช้เงินแก้ปัญหาต่างๆได้ทันเหตุการณ์และเป็นไปในเชิงรุก
นาย ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากล่าวปิดท้ายว่า สำหรับตัวเลขความเสียหายด้านการท่องเที่ยวในด้านรายได้ที่หน่วยงานในสังกัด ได้สรุปว่า ภาคใต้ จำนวน 10,000 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 300-400 ล้านบาท ภาคกลาง จำนวน 300-400 ล้านบาท ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร จำนวน 1,200 ล้านบาท(พื้นที่ภาคเหนือ กลางและอีสาน) แหล่งท่องเที่ยว จำนวน 539 ล้านบาท (จำนวน 142 แหล่ง 27 จังหวัด) และสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 24 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 12,363 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่ไม่ชัดเจนและขาดหลักการที่ดีเพียงพอ ตนเองจึงสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกลับไปสำรวจความเสียหายให้ชัดเจนเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว/สถานที่ท่องเที่ยวผู้ประกอบการ ประเมินรายได้ที่สูญเสีย/เสียหาย วิธีการแก้ไขโดยเร่งด่วน และปัญหาที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำกัดว่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานไหน เช่น กรมศิลปากร องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นๆ และมารายงานให้ทราบภายในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2553 เพื่อจะพิจารณานำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ในวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2553 ต่อไป แต่อย่างไรก็ตามมั่นใจว่าตัวเลขนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เกินกว่า 15 ล้านคนในปี 2553 อย่างแน่นอน เนื่องจากอุทกภัย ภัยหนาว และภัยแล้งที่เกิดขึ้น ล้วนเป็นวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติที่ยากจะหลีกเลี่ยง แต่เสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวไทย สินค้าและบริการการท่องเที่ยวไทย และวิถีแห่งความเป็นไทย ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตามเป้าหมายไปพร้อมๆ กับแผนการฟิ้นฟูและกระตุ้นการท่องเที่ยวไทยในขณะเดียวกันด้วย
