• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนใหม่ให้กองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูเป็นนิติบุคคลและจ้างมืออาชีพมาเป็นผู้บริหาร
พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนใหม่ให้กองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครูเป็นนิติบุคคลและจ้างมืออาชีพมาเป็นผู้บริหาร

นางจรวยพร ธรณินทร์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.โรงเรียนเอกชนพ.ศ...ครั้งที่2 เมื่อวันที่21สิงหาคมที่ผ่านมา โดยสรุปได้ดังนี้

        จากการประชุมครั้งที่1 กมธ.ได้พิจารณาตั้งแต่หลักการและเหตุผล หมวดที่1 คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หมวดที่2 โรงเรียนเอกชนในระบบ บางส่วน   ได้แก่ส่วนการจัดตั้งและดำเนินการ    ทรัพย์สินและบัญชี   การอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนเอกชนในระบบ   ตั้งแต่มาตรา1ถึง53   ในการประชุมครั้งนี้ได้พิจารณามาตรา54ถึง94 โดยมีสาระสำคัญยังอยู่ในหมวโรงเรียนเอกชนในระบบ   ส่วนของกองทุนสงเคราะห์ครูใหญ่และครู

                ที่ประชุมได้ปรับเปลี่ยนสาระไปจากกฎหมายเดิมหลายประเด็นได้แก่ ( 1.)สถานภาพของกองทุนเป็นนิติบุคคล ( 2.)  สามารถจ้างบุคคลมาเป็นผู้อำนวยการกองทุน   ( 3)  เพิ่มผู้เข้าร่วมกองทุนประเภทบุคลากรทางการศึกษาเช่นเจ้าหน้าที่ห้องสมุด พนักงานโสตทัศนูปกรณ์ แต่มีประเด็นที่ต้องทบทวน   ( 4).ผู้ทำงานไม่ครบ10ปีแต่ลาออกไป   สามารถส่งเงินสมทบในช่วงปีที่เหลืออยู่เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ได้ แต่ก็มีประเด็นที่ค้างการพิจารณาโดยขอทบทวนอีก 4ประเด็นได้แก่        ( 1) ในมาตรา60ได้ระบุให้ผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษาต้องส่งเงินสมทบกองทุนไม่เกินร้อยละ 5    โรงเรียนส่งเงินสมทบกองทุนไม่เกินร้อยละ 5เช่นเดียวกัน และกระทรวงศึกษาธิการต้องส่งไม่เกินร้อยละ 10โดยคิดเป็นรายบุคคล   อาจขอให้ปรับการนำส่งเงินสมทบลดลง เพื่อมิให้เป็นภาระการเงินที่สูงไปของผู้จ่ายทุกฝ่าย    ( 2).ในการบริหารกองทุนให้นำดอกผลไม่เกินร้อยละ3 มาเป็นค่าใช้จ่ายได้   หากเงินไม่พอให้กระทรวงศึกษาธิการขอเงินอุดกหนุนจากรัฐมาช่วยสนับสนุน ซึ่งอาจขอปรับลดเป็นร้อยละไม่เกิน2 เพื่อให้กองทุนมีรายได้เพียงพอเลี้ยงตัวเองได้มากขึ้น    (3) ในส่วนของผู้อำนวยการกองทุนขอปรับอายุจาก60ปีเป็น65ปี เพื่อให้ได้บุคคลที่มีประสบการณ์มากเพียงพอ มาเป็นผู้บริหาร    และ(4.) ให้ระบุวิธีสรรหาผู้อำนวยการกองทุนเพื่อให้มีที่มาแบบโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

                       ในส่วนของการคุ้มครองการทำงาน ขอให้ทบทวนการจัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองการทำงานซึ่งทำหน้าที่คล้ายอนุญาโตตุลาการมาช่วยวินิจฉัยปัญหาอันเกิดจากการพิพาทระหว่างเจ้าของกิจการ กับ ครู เพื่อมิให้โรงเรียนเอกชนต้องแก้ปัญหาทางกฎหมาย ทั้งที่โรงเรียนส่วนใหญ่ไม่มีนักกฎหมายประจำอยู่

                       หมวดการกำกับดูแล ขอให้ทบทวนประเด็นการโฆษณาโดยขอให้กำหนดแนวทางโฆษณาที่เหมาะสมโดยคำนึงถึงจริยธรรม ไม่โฆษณาที่เกินจริง เป็นเท็จ หรือผิดศีลธรรมอันดี

                     ทั้งนี้การประชุมครั้งต่อไปจะพิจารณาในวันที่28สิงหาคม โดยคงเหลือมาตรา97 ถึง170 ซึ่งเป็นหมวดที่เหลืออีก6ส่วนของ โรงเรียนในระบบ หมวด3โรงเรียนนอกระบบ หมวด4 พนักงานเจ้าหน้าที่ และบทเฉพาะกาล   และคาดว่าน่าจะพิจารณาได้ครบทั้งฉบับภายในกันยายนนี้

แหล่งที่มา/ผู้ส่ง กลุ่มสารนิเทส สอ.สป.