รมช.ศธ. กล่าวรายงานว่า ตามที่รัฐบาลภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีนโยบายด้านเศรษฐกิจในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและขยายช่องทางการ ตลาดของธุรกิจ อุตสาหกรรม ธุรกิจการบริการในประเทศ และธุรกิจการผลิตสินค้าและบริการ ที่มีคุณค่าและคุณภาพสูง ซึ่งจะต้องใช้คนมีความรู้ ความชำนาญ และความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมจากงานวิจัยและการพัฒนา ซึ่ง ศธ.ได้กำหนดนโยบายเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาและคุณภาพผู้ศึกษาในการผลิตและ พัฒนากำลังคนให้ตรงกับความต้องการทั้งภายในประเทศและระดับสากล
สอศ.จึงได้ดำเนินการจัดตั้งสถาบันอาชีวศึกษาตามพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา พ.ศ.2551 ในรูปแบบกลุ่มจังหวัด จำนวน 19 แห่ง เพื่อผลิตและพัฒนาคนให้สอคล้องกับความต้องการของประเทศ และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีรูปแบบการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาตามมาตรา 8 ได้แก่ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และทวิภาคี ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการ
การจัดงาน "อาชีวะสร้างคน สร้างงาน สร้างชาติ" ในครั้งนี้ เป็นการสร้างการรับรู้บทบาทภารกิจใหม่ด้านการจัดการเรียนการสอนของสถาบันการอาชีวศึกษาสู่สังคม และเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการเรียนสายอาชีพ อีกทั้งยังเป็นวันแรกของการเปิดภาคเรียนในหลักสูตรปริญญาตรีสายเทคโนโลยีหรือสายปฏิบัติการใน 9 สถาบัน 43 วิทยาลัย 16 สาขาวิชา โดยเปิดรับนักศึกษา จำนวน 46 ห้องเรียน ซึ่งชาวอาชีวศึกษาขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะเป็นนักเรียนที่ใฝ่เรียนมิใช่นักเลง จะมุ่งมั่นใฝ่หาความรู้ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นนักศึกษารุ่นแรกที่ดีเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่นักศึกษารุ่นต่อไป
รมว.ศธ. กล่าวในพิธีเปิดว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นประธานพิธีเปิดงานในครั้งนี้ ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันเห็นความสำคัญกับการสร้างคน และมีนโยบายที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และระบบขนส่งกลาง ซึ่งรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ปัจจุบันมีระยะทางเพียง 60 กิโลเมตร เมื่อพัฒนาระบบขนส่งกลางของประเทศแล้วเสร็จ ทำให้เรามีรถไฟฟ้าระยะทาง 300 กิโลเมตร เป็นการเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจังหวัดต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคของประเทศ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มาสู่กรุงเทพฯ ซึ่งระบบขนส่งกลางด้วยรถไฟฟ้าความเร็วสูงไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย
ประโยชน์ที่จะได้ก็คือ ความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ซึ่งการก่อสร้างจะดำเนินการเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง โดยใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน นอกจากนี้ยังเป็นการพัฒนากิจการของการรถไฟให้เป็นการขนส่งหลัก ทั้งรถไฟฟ้าความเร็วสูง รถไฟรางคู่ ล้วนแล้วแต่ต้องใช้บุคลากรด้านนี้อีกจำนวนมาก ศธ.จึงจำเป็นที่จะต้องสร้างบุคลากรขึ้นมารองรับการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะต้องมีความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติควบคู่กันไป
ภาพ สถาพร ถาวรสุข
เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้เดินทางไปหารือความร่วมมือด้านการศึกษากับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ซึ่งเยอรมนีถือว่ามีความก้าวหน้าในการพัฒนาคนสายอาชีวศึกษา นอกจากคนสายอาชีวศึกษาจะมีความรู้เรื่องทฤษฎีแล้ว ยังมีความเชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมให้เข้ากับภาคการศึกษา เช่น ทำอย่างไรที่จะสร้างคนเข้าไปอยู่ในภาคธุรกิจ และการสร้างผู้ประกอบการ ซึ่งการเปิดสอนของสถาบันการอาชีวศึกษาทั้ง 19 แห่งก็เท่ากับเป็นการเปิดอนาคตให้กับผู้เรียนสายอาชีวศึกษา ที่แต่เดิมมีเฉพาะระดับ ปวช. ปวส. แต่ปีนี้เป็นต้นไปได้มีการต่อยอดไปจนถึงระดับปริญญาตรี เป็นการสร้างบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่ว เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศในอนาคต รวมทั้งเป็นนิมิตหมายที่ดียิ่งที่ระยะการเปิดใช้รถไฟฟ้าจะพอดีกับระยะเวลาของการจบการศึกษาของนักศึกษารุ่นแรก ส่วนนักศึกษารุ่นต่อไปก็จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในอนาคต เพราะขณะนี้ประเทศไทยมีความก้าวหน้าทั้งในด้านการผลิตรถยนต์ การส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความต้องการบุคลากรและแรงงานที่มีความชำนาญในภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตและภาคการเกษตรเป็นอย่างมาก
ขอเป็นกำลังใจกับนักศึกษาปริญญาตรีรุ่นแรก ซึ่งต้องยืนยันว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะการเรียนสายอาชีวศึกษาในระดับปริญญาตรีมีอนาคตที่ดีแน่นอน ขอให้ทุกคนนำความรู้ความสามารถจากการเรียน ประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการและวิชาชีพไปใช้ให้เกิดประโยชน์และบรรลุตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรต่อไป
นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
10/6/2556