www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
ศธ.แถลงข่าวข้อเท็จจริงการจัดซื้อรถตู้ของ สพฐ.

ศึกษาธิการ - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ  ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนางสาวจรรยา อยู่โปร่ง ผู้อำนวยการสำนักจัดทำงบประมาณด้านสังคม 1 ร่วมแถลงข่าวชี้แจงขอเท็จจริงการจัดซื้อรถตู้ขนาด 12 ที่นั่ง จำนวน 1,000 คัน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2556 ที่ห้องประชุมราชวัลลภ

จากการที่ฝ่ายค้านได้มีประเด็นคำถามในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2556 เรื่อง การแก้ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กของ ศธ. โดยการจัดซื้อรถโดยสารขนาด 12 ที่นั่ง (ดีเซล) จำนวน 1,000 คัน ในราคา 2,343,724,000 บาท เฉลี่ยคันละ 2 ล้านบาท ซึ่งกล่าวว่าจัดซื้อในราคาที่แพงกว่าความเป็นจริง ทั้งที่ราคารถโดยสารขนาด 12 ที่นั่งในท้องตลาด มีราคาเพียงคันละ 956,000 บาท และการจัดซื้อรถโดยสารขนาด 12 ที่นั่งแทนการซื้อ 16 ที่นั่งเป็นการล็อคสเป็กอีกด้วย โดยเห็นว่าหากนำเงินไปจ้างครูในอัตราเดือนละ 15,000 บาท จะสามารถจ้างครูได้ถึง 13,000 คน จะเกิดประโยชน์กับประชาชนมากกว่า นั้น

รมช.ศธ. แถลงข่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2557 ศธ.ได้เสนอขอตั้งงบประมาณจัดซื้อรถตู้โดยสารขนาด 12 ที่นั่งสำหรับรับ-ส่งนักเรียนไปเรียนรวมกันที่โรงเรียนหลัก (โรงเรียนดีศรีตำบล) จำนวน 2,364 คัน ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ปรับลดลงเหลือ 1,000 คัน ราคาคันละ 1,232,400 บาท เป็นราคากลางที่สำนักงบประมาณกำหนดให้ทุกส่วนราชการต้องถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด โดยขอตั้งงบประมาณแบ่งเป็นปีงบประมาณ พ.ศ.2557 (15%) และผูกพันงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ.2558 (85%) วงเงินรวม 1,232,400,000 บาท

ต่อมา สพฐ.ได้ขอปรับเพิ่มการจัดซื้อรถตู้โดยสารตามข้อมูลที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสำรวจความต้องการเป็น 2,000 คัน ในวงเงินงบประมาณ 2,539,840,000 บาท โดยขอตั้งงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ.2557 (15%) และผูกพันงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ.2558 (85%) เช่นกัน โดยจำแนกเป็นรถตู้ดีเซล จำนวน 1,600 คันๆ ละ 1,232,400 บาท และรถตู้ (เบนซิน) พร้อมติดตั้งอุปกรณ์ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 400 คันๆ ละ 1,420,000 บาท แต่เนื่องจาก NGV ไม่มีจุดบริการในพื้นที่กันดารและห่างไกล จึงให้สำนักงานงบประมาณพิจารณาเฉพาะรถตู้ดีเซล จำนวน 1,000 คันๆ ละ 1,232,400 บาท วงเงินรวม 1,232,400,000 บาท

ดังนั้น ความคลาดเคลื่อนของตัวเลขงบประมาณรวมที่ได้รับทั้งสิ้นจำนวน 2,343,724,000 บาท เกิดจากการนำตัวเลขงบประมาณ (15% ของงบประมาณที่จัดสรรให้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ของจำนวน 1,000 คัน) จำนวนเงิน 184,860,000 บาท รวมกับตัวเลขงบประมาณ (85% ของงบประมาณที่เสนอขอผูกพันงบประมาณปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ของจำนวน 2,000 คัน) เป็นเงิน 2,158,864,000 บาท

สำหรับประเด็นการล็อคสเป็กด้วยการจัดซื้อรถโดยสารขนาด 12 ที่นั่งแทนการจัดซื้อรถตู้ขนาด 16 ที่นั่ง ซึ่งได้จะรับเด็กได้มากกว่า 10 คนนั้น ตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถในการรับจ้างรับส่งนักเรียน พ.ศ. 2547 ได้กำหนดให้รถรับส่งนักเรียนมีขนาดไม่เกิน 12 ที่นั่ง จึงจำเป็นต้องกำหนดสเป็กรถตู้ขนาด 12 ที่นั่ง เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบดังกล่าว อย่างไรก็ตามการจัดซื้อรถตู้นั้น ซื้อเพียงครั้งเดียวสามารถใช้ได้ถึง 10 ปี อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าน้ำมันและค่าคนขับเพียง 150 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น

ย้ำว่า ศธ.เห็นความสำคัญและพยายามแก้ไขปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่จำนวน 14,816 โรงทั่วประเทศ มาตั้งแต่ปี 2536 ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาด้านคุณภาพการศึกษา เพราะมีครูไม่ครบชั้นเรียนและขาดสื่อการเรียนการสอน โดย ศธ.ได้มีความพยายามที่จะจัดการเรียนการสอนในหลายรูปแบบเพื่อเพิ่มคุณภาพ ทั้งการควบรวมโรงเรียน การนำนักเรียนมาเรียนรวมกันพร้อมจัดรถรับ-ส่งเพื่อเคลื่อนย้ายนักเรียนไป เรียนรวมกันที่โรงเรียนหลัก (โรงเรียนดีศรีตำบล) โรงเรียนขนาดเล็กที่มีการควบรวมซึ่งอาจจะมี 2 โรงขึ้นไป และใช้รับส่งครูไปสอนวิชาตามโครงการ รวมทั้งใช้สนับสนุนการจัดกิจกรรมวิชาการกลุ่มโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การ ศึกษา ความร่วมมือกับชุมชน กศน. และท้องถิ่น




ภาพ สถาพร ถาวรสุข

อย่างไรก็ตาม ศธ.ได้กำหนดการจัดสรรรถตู้ในรอบแรกจำนวน 1,000 คันไว้แล้ว โดยจะจัดให้กับโรงเรียนหลักคือโรงเรียนดีศรีตำบล เป็นจำนวน 850 คัน และอีก 150 คัน จะจัดให้กับโรงเรียนนำร่องขนาดเล็กที่มีการควบรวมต่อไป

นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
3/6/2556