www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
มอบนโยบายในการประชุมผู้บริหาร สอศ.ทั่วประเทศ

โรงแรมรามาการ์เด้นส์ - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้นโยบายในการประชุม "ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อรับนโยบายการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2556" เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2556

รมว.ศธ.กล่าวว่า การอาชีวศึกษาเป็นกลไกที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ และเป็นส่วนสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนในสาขาต่างๆ ทั้งภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ และเกษตรกรรม ดังนั้นรัฐบาลจึงตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะต่อสายสามัญให้เป็น 50:50 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะเพียงร้อยละ 34 จึงขอเสนอแนะแนวทางการเพิ่มจำนวนผู้เรียนสายอาชีวะในประเด็นต่างๆ ดังนี้

การเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษา ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว แต่ไม่ได้ศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือสายอาชีวศึกษาจำนวนมาก ดังนั้นคนกลุ่มนี้จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ควรส่งเสริมให้มาเรียนสายอาชีวศึกษามากขึ้น นอกจากนี้มีนักเรียนที่ออกกลางคันในระหว่างศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือผู้ที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไปหลายปีแล้ว แต่ไม่ได้เรียนต่อระดับอุดมศึกษา หรือผู้ทำงานแล้วในสถานประกอบการ ก็เป็นอีกเป้าหมายที่ สอศ.ควรดึงบุคคลกลุ่มเหล่านี้ให้มาเรียนสายอาชีวศึกษา ซึ่งนอกจากจะเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาให้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผู้ที่ว่างงานเหล่านั้นมีงานทำ เพราะผู้ที่จบระดับ ปวช.ส่วนใหญ่มีหลักประกันการมีงานทำ และมีรายได้/เงินเดือนในหลายสาขาที่เป็นความต้องการของประเทศมากกว่าผู้จบปริญญาตรีสายสังคม ในขณะที่การเรียนอาชีวศึกษาในปัจจุบัน ผู้เรียนมีรายได้และโอกาสที่ได้ทำงานจริงในระหว่างการศึกษาแบบทวิภาคีด้วย



คุณภาพการอาชีวศึกษา ต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครองและสังคมให้เห็นอนาคตของสายอาชีวศึกษา ซึ่งผู้จบหลายสาขาได้รับเงินเดือนสูงกว่าปริญญาตรีทั่วไป แม้จะมีผู้เรียนบางกลุ่มที่เป็นส่วนน้อย มักจะไปก่อเหตุทะเลาะวิวาท ทำให้ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไม่กล้าส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนสายอาชีวะ แต่ที่ผ่านมา ศธ.ได้แก้ไขปัญหาโดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มาโดยตลอด สอศ.จึงควรเปลี่ยนภาพพจน์และสร้างภาพลักษณ์ใหม่ เช่น ให้นักศึกษาอาชีวะออกไปช่วยเหลือชุมชนให้มากขึ้น โดยเฉพาะศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix It Center) ที่ต้องออกไปช่วยเหลือซ่อมสร้างเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ แก่ประชาชนให้มากขึ้น อาทิ เตาไมโครเวฟ ที่ทุกบ้านเรือนมีไว้ใช้ แต่เมื่อใช้งานทุกวันอาจมีรังสีไมโครเวฟรั่วได้ กรณีนี้ Fix It Center อาจใช้เครื่องมือเข้าไปวัดรังสี เพื่อป้องกันหรือแก้ไขซ่อมแซมไม่ให้เกิดอันตรายต่อไป ซึ่งเชื่อว่าหากผู้เรียนสายอาชีวศึกษาได้ทำความดีให้ประชาชนเห็นมากขึ้น ทุกคนก็จะเห็นคุณค่าของผู้เรียนอาชีวศึกษา ส่งผลให้ผู้เรียนสายอาชีวศึกษาพยายามทำตัวในกรอบที่ดีเช่นกัน นอกจากนี้การที่ สอศ.จะเปิดตัวหลักสูตรปริญญาตรีสายอาชีพในวันที่ 10 มิถุนายน 2556 ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่ จ.กำแพงเพชร ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยทำให้ผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนอาชีวศึกษามากขึ้น


รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า ขอฝากอนาคตไว้กับผู้บริหาร สอศ.ที่จะต้อง "รุกออกไป" จากสถาบันของเรา เพื่อไปดึงคนเข้ามาเรียนอาชีวศึกษา และพัฒนาการเรียนการสอนสายอาชีพให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงินไม่เกิน 2 ล้านล้านบาท จึงมีความต้องการบุคลากร ผู้เชี่ยวชาญ และกำลังคนในสาขาที่เกี่ยวข้องจำนวนมหาศาล เช่น รถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง ระบบโลจิสติกส์ การบริหารจัดการน้ำ ฯลฯ จึงขอให้ผู้บริหารทุกท่านช่วยกันคิดร่วมกัน เพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและประเทศชาติต่อไป



ภาพ สถาพร ถาวรสุข

จากนั้น รมว.ศธ.ได้เยี่ยมชมนิทรรศการความก้าวหน้าของการจัดการเรียนการสอนอาชีวศึกษา เช่น ศูนย์อาชีวศึกษาทวิภาคี ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน และโครงการจัดการเรียนการสอนซ่อม สร้าง ประกอบอากาศยานขนาดเล็ก และเป็นนักบินอย่างมืออาชีพ ของวิทยาลัยการอาชีพสระบุรี และวิทยาลัยการอาชีพปัตตานี ที่รับนักศึกษาปีละประมาณ 40 คน

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน

3/6/2556