www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
รมช.ศธ.ติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา จังหวัดภูเก็ต

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปี ๒๕๕๖ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ โรงเรียนสตรีภูเก็ต พร้อมติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาของโรงเรียน บ้านบางเทา และโรงเรียนเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องการปราบปรามยาเสพติดเนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ดังนั้นการแก้ปัญหายาเสพติดในครั้งนี้จึงถือเป็นการทำสงคราม เนื่องจากเป็นเรื่องใหญ่ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ทั้งในส่วนของการปราบปราม ป้องกัน การรักษา การติดตามประเมินผล รวมถึงการบริหารจัดการ โดยในปี พ.ศ.๒๕๕๖ รัฐบาลได้ตั้งเป้าการบำบัดผู้ติดยาเสพติดไว้จำนวน ๓ แสนคน แต่ขณะนี้สามารถบำบัดได้เพียง ๑ แสนคน กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีหน้าที่ดูแลเด็กเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษาจะต้องต่อยอดการช่วยเหลือ โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในโรงเรียน ครูประจำชั้นซึ่งเป็นคนที่ใกล้ชิดนักเรียนมากที่สุดต้องสำรวจนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพื่อทำการบำบัดรักษา ทั้งนี้ภายหลังจากเปิดภาคเรียนไปแล้ว ๗ วัน ทุกโรงเรียนต้องส่งจำนวนนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไปยังหน่วยงานต้นสังกัด และให้เริ่มดำเนินการบำบัดรักษารุ่นแรกประมาณวันที่ ๑๐ – ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๖ โดยการบำบัดให้เป็นไปตามความหนักเบาของผู้รับการบำบัด พร้อมกับทำความเข้าใจกับผู้ปกครองด้วย ทั้งนี้จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินผล หากพบว่าโรงเรียนใดสามารถปลอดยาเสพติดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์จะมีการมอบธงเป็นโรงเรียนสีขาวและจัดสรรรางวัล ๒ ขั้นยาเสพติดสำหรับคนที่ทำงานด้านยาเสพติดจนประสบความสำเร็จด้วย


“ในการดำเนินงานที่จะให้สถานศึกษาปลอดยาเสพติดอย่างเข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายที่จะช่วยเหลือกันอย่างจริงจัง เพราะสาเหตุของการไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดของนักเรียน นักศึกษา ประกอบด้วย ๒ ปัจจัย คือ ปัจจัยในสถานศึกษาและปัจจัยนอกสถานศึกษาปัจจัยของปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในสถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาต้องเอาจริงเอาจัง ไม่ปล่อยให้มีสิ่งเสพติด และมีการจัดระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาและการเยี่ยมบ้าน การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ขจัดมุมอับและตรวจตราพื้นที่ในสถานศึกษา ปัจจัยเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยงภายนอกสถานศึกษา เช่น สถานบริการ สถานบันเทิง ร้านเกมส์ หอพักที่เยาวชนไปมั่วสุม ฝ่ายปกครองคือผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องตรวจตราควบคุม ดำเนินโครงการจัดระเบียบสังคมให้นักเรียน นักศึกษาไปมั่วสุมและไปใช้บริการอย่างเด็จขาด และจัดทำโครงการพบผู้ว่าหน้าเสาธงจัดให้มีผู้บริหารไปเยี่ยมสถานศึกษา เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ สถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่และให้มีการเฝ้าระวังร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชน มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปป้องปรามร้านเกมส์ หอพัก บ้านเช่า ร้านโชว์ห่วยสถานบันเทิง สถานบริการ และไปช่วยเหลือสถานศึกษาในการเฝ้าระวัง การให้ความรู้ตามโครงการครูตำรวจ D.A.R.E. และโครงการตำรวจประสานโรงเรียน ๑ ตำรวจ ๑ โรงเรียน  ดำเนินการให้ครบทุกโรงเรียน สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มเสพ กลุ่มติด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นำไปบำบัดรักษาฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือ และอบรมให้ความรู้ตามโครงการ จิตสังคมบำบัดในสถานศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการให้มีโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ศูนย์จิตสังคมบำบัดในสถานศึกษา จึงขอให้ไปกำหนดเป้าหมายที่จะดำเนินการ และโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่จะให้มีการจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ในทุกสถานศึกษาก็จะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

อิชยา/สรุป/ภาพ
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป