รมว.ศธ.กล่าวว่า โครงการสัมมนาวิชาการในหัวข้อ "A Socially Enterprising University" จัดขึ้นเพื่อนำเสนอองค์ความรู้จากแนวปฏิบัติที่ดีของผู้บริหารมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประสบการณ์จริงของวิทยากร โดยการสัมมนาในครั้งนี้ Professor Simon Denny ผู้ที่มีบทบาทหลักในการพัฒนาและจัดทำแผนยุทธศาสตร์ และดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะนักวิจัยด้านกิจการเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัย Northampton ผู้บริหารมหาวิทยาลัยไทยและผู้บริหารองค์กรพันธมิตร จะร่วมกันจุดประกายกระบวนทัศน์ใหม่นำร่องความคิดเพื่อเผยแพร่และขยายผลด้านกิจการเพื่อสังคม ร่วมเป็นเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัย ซึ่งจะ ช่วยเพิ่มสมรรถนะของอุดมศึกษาทั้งระบบเพื่อให้สามารถเผชิญกับโอกาสและภัยคุก คามของประเทศด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งในปัจจุบันและอนาคตต่อไป
สำหรับวัตถุประสงค์ของการสัมมนา คือ เพื่อต้องการให้เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจการเพื่อสังคมในบริบทของมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของกิจการเพื่อสังคมในภาพรวมซึ่งมีภาค อุดมศึกษาเป็นกลไกในการผลิตทรัพยากรมนุษย์ยุคใหม่ที่มีคุณภาพและตระหนักต่อ ความสำคัญของการร่วมพัฒนาสังคมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่มีความพร้อมและเป็น กำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศต่อไป รวมทั้งเพื่อสร้างและขยายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการเพื่อสังคมของมหาวิทยาลัยตามพันธกิจด้านต่างๆ ของอุดมศึกษาอันจะนำไปสู่การพัฒนามหาวิทยาลัยและประเทศชาติ ตลอดจนเพื่อเป็นการจุดประกายการพัฒนากระบวนทัศน์ใหม่ของกิจการเพื่อสังคมในระบบอุดมศึกษาผ่านนวัตกรรมและวิธีปฏิบัติทั้งในและต่างประเทศ
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วยนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี ผู้บริหารมหาวิทยาลัย หน่วยงานกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้อง อาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักการศึกษา และผู้สนใจทั่วไปประมาณ 200 ท่าน




ภาพ สถาพร ถาวรสุข
ภายหลังพิธีเปิด รมว.ศธ.ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการส่งเสริม "กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise)" ของสถาบันการศึกษา โดยกล่าว ว่าสิ่งที่สถาบันการศึกษาได้ทำไปในช่วงที่ผ่านมา คือ การทำเพื่อสังคม ซึ่งก็คือจัดการศึกษาให้แก่ประชาชน และสร้างคนเพื่อเข้าไปสู่ภาคราชการ ภาคเอกชน หรือกลไกภาคสังคมอื่นๆ แต่สิ่งสำคัญที่สถาบันการศึกษากำลังทำอยู่ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้ทำตามหน้าที่เดิมเท่านั้น แต่ต้องทำหน้าที่ต่างๆ เพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น เรื่องหนึ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามให้สถาบันการศึกษามีบทบาทช่วยส่งเสริมสนับ สนุนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการสร้างผู้ประการใหม่ คือ โครงการกองทุนตั้งตัวได้ ที่มีการจัดทุนให้นักศึกษาและผู้ที่สำเร็จการศึกษาไปไม่เกิน 5 ปี ได้สามารถเป็นผู้ประกอบการเอง ซึ่งหมายความว่าหากเราสร้างผู้ประกอบการรายใหม่ให้เกิดขึ้น ก็จะส่งผลให้ประชาชนมีงานทำเพิ่มขึ้น และอีกส่วนหนึ่งก็คือสถานประกอบการเหล่านั้นก็จะสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่ เป็นเจ้าของเอง และสุดท้ายรายได้เหล่านั้นก็จะกลับมาเป็นภาษีอากรที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศ ต่อไป
อีกประเด็นหนึ่ง เราจะเห็นได้ว่ายุคที่เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ เราต้องการที่จะสร้างประเทศด้วยความรู้มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่อาศัยความรู้หรือเทคโนโลยี จะสามารถนำรายได้ให้แก่ประเทศอย่างมาก สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องอาศัยคนที่มีการศึกษา ซึ่งในสถาบันการศึกษามีศาสตราจารย์ คณาจารย์ นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ จำนวนมาก รัฐบาลจึงต้องพยายามที่จะให้ท่านเหล่านี้มาขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่สามารถจดสิทธิบัตรได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วประเทศก็จะมีรายได้ที่สูงขึ้นจากผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมเหล่านี้
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
17/05/2556
