รมว.ศธ.กล่าวว่า มีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาปรากฏตัว ณ ท่ามกลางสมเด็จพระสังฆราชและพระมหาเถระที่ทรงสมณศักดิ์ระดับสูง รวมทั้งเหล่านักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนา ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้แทนมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทจากประเทศต่างๆ กว่า 40 สถาบันในวันนี้ และได้รับเกียรติให้เป็นผู้กล่าวปราศรัยในพิธีเปิดประชุมด้วย ซึ่งได้รับทราบจากรายงานของพระคุณท่านราชบัณฑิตรักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัยว่า การจัดประชุมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติ ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 หลังจากที่ได้จัดประชุมครั้งแรก และครั้งที่ 2 ในประเทศพม่า โดยการประชุมครั้งนี้ ตามกำหนดการเดิมจะจัดประชุมในปี 2554 แต่เนื่องจากเกิดมหาอุทกภัยมหาวิทยาลัยถูกน้ำท่วมเสียหายอย่างรุนแรง จึงต้องเลื่อนมาจัดในระหว่างวันที่ 16-18 พฤษภาคมนี้
ในการประชุมครั้งนี้ นอกจากจะมีการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทแล้ว ยังมีการประชุมเชิงวิชาการ เรื่อง “การศึกษาพระพุทธศาสนา คือการศึกษาชีวิต” และได้จัดการสัมมนาภายใต้หัวข้อย่อยอีก 5 หัวข้อ ซึ่งล้วนแต่เป็นหัวข้อที่จะอำนวยประโยชน์ต่อการพัฒนาการศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาทางพุทธศาสนา ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม ตลอดจนสถาบันการศึกษาอื่นๆ ซึ่งสามารถจะนำไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนได้
ในฐานะ รมว.ศธ.มีหน้าที่รับผิดชอบการจัดการศึกษาของชาติในทุกระดับมีความเห็นว่า สังคมมนุษย์เราหากขาดการประพฤติปฏิบัติตามหลักคำสอนทางศาสนา แม้สังคมนั้นจะเป็นสังคมของผู้มีการศึกษาระดับสูง และมีกฎหมายกำกับควบคุม ก็ยากที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ทั้งนี้เพราะหลักคำสอนทางศาสนาจะหล่อหลอมจิตใจ และปลูกฝังอัธยาศัยให้รู้จักละอายในการกระทำบาป เกรงกลัวต่อผลของบาป และชี้นำให้ทำความดีมีความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพชีวิต ซึ่งเชื่อมั่นว่าสังคมที่ยึดถือและปฏิบัติตามหลักคำสอนศาสนา แม้จะไม่รู้กฎหมายหรือมีการศึกษาพอคุ้มตัว ก็สามารถอยู่กันได้อย่างมีความสุข และไม่ทำร้ายสังคมที่ตนเองอาศัยอยู่อย่างแน่นอน



ภาพ สถาพร ถาวรสุข
การปฏิรูประบบการศึกษาที่ ศธ.ดำเนินการอยู่ นอกจากการผลิตบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตัวได้ มีระเบียบวินัย และสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้แล้ว ยังต้องการบุคลากรที่สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างสมัครสมานและกลมกลืน มีไมตรีจิตมิตรภาพต่อกัน ซึ่งประการหลังนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้นหากศีลธรรมไม่กลับมา สังคมจะหาความสุขได้อย่างไร ดังบทพระราชนิพนธ์ว่า “เมืองใดไร้ธรรมอำไพ เมืองนั้นบรรลัยแน่นอน” และการที่ศีลธรรมจะกลับมาได้นั้นก็ต้องอาศัยสถาบันศาสนา โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้คู่คุณธรรมสู่สังคม เป็นสถาบันที่เป็นหลักในการชี้นำสังคมด้านศีลธรรมและจริยธรรม จึงเป็นความหวังอันสูงที่จะช่วยผดุงสังคมให้มีคุณธรรมนำศีลธรรมกลับคืนมาสู่สังคม ทั้งนี้เพื่อความผาสุกและเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่มหาชนทั้งในสังคมระดับประเทศ และสังคมโลกโดยรวม
จึงขอฝากความหวังไว้กับพระคุณเจ้าที่รับผิดชอบการศึกษาทุกรูปด้วย เพื่อให้การประชุมมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทนานาชาติครั้งนี้ นำไปสู่บทสรุปที่เป็นประโยชน์ มิใช่เฉพาะต่อสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเถรวาทเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบอันไพศาลต่อสังคมทั้งระดับอาเซียน และสังคมโลกในวงกว้างต่อไป
สถาพร ถาวรสุข
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
16/05/2556

