
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในโอกาสนี้ว่า ประเทศไทยมีความต้องการบุคลากรทางวิทยาศาสตร์ในสาขาต่างๆเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วและยืนหยัดในแถวหน้าของโลก ล้วนมีบุคลากรที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ ร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ ถึงแม้ว่าประเทศเหล่านั้นจะมีประชากรน้อยและขาดแคลนทรัพยากรก็ตาม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ผู้ที่เรียนในสาขาวิทยาศาสตร์เป็นคนที่มีพื้นฐานทางสติปัญญาที่ดีที่สั่งสมมาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึงอุดมศึกษา ซึ่งผู้ที่ได้รับทุนเรียนดีวิทย์จำนวน ๑,๖๐๐ คน ถือเป็นผู้ที่มีความรู้ และมีโอกาสที่ดีในการศึกษา ซึ่งผ่านการเลือกสรรให้ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก และเมื่อจบการศึกษาบุคคลเหล่านี้จะกลายเป็นกำลังพื้นฐานที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศชาติ และสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม
“ ประเทศไทยมีสิ่งประดิษฐ์ การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ค่อนข้างน้อย แต่มักจะทำการเลียนแบบสิ่งที่มีอยู่แล้ว หรือปรับปรุงจากของที่คนอื่นคิดค้นขึ้นมา ส่งผลให้สิ่งเหล่านี้ไม่ได้สร้างรายได้ให้กับตนเองและประเทศชาติ เพราะมีความเหมือนและซ้ำกับของคนอื่นๆ ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ต้องคิดค้นนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆขึ้นมา โดยต้องคิดก่อนทำก่อน และมองไปข้างหน้า ซึ่งมีบางอย่างที่ทำได้ดีแล้ว เช่น สาขาทางการแพทย์ แต่ก็มีหลายอย่างที่ยังตามหลังชาติอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นสาขาที่ต้องการของสังคมต้องร่วมพัฒนาให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย และผลักดันให้ประเทศก้าวไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วให้ได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว

สำหรับโครงการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ (ทุนเรียนดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย) เป็นโครงการที่ได้รับงบประมาณจากรัฐในการผลิตบัณฑิตวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาเอกที่มีคุณภาพสูงเพื่อเป็นกำลังในการพัฒนาประเทศไทย โดยให้ทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก แก่ผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ที่ประสงค์จะปฏิบัติงานด้านวิทยาศาสตร์ในหน่วยงานรัฐ โดยจัดสรรทุนให้เป็นค่าใช้จ่ายทั้งความเป็นอยู่และการศึกษาในคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยของรัฐ ๒๓ แห่ง ซึ่งมีเป้าหมายการผลิตบัณฑิตปริญญาเอกจำนวน ๑,๖๐๐ คน นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ถึง ๒๕๕๖ เป็นระยะเวลา๑๕ ปี
ธมกร ข่าว/กิตติกร ภาพ
กลุ่มสารนิเทศ สอ. สป.
