รมว.ศธ.กล่าวว่า คณะที่เข้าพบในครั้งนี้ได้มาหารือและยื่นข้อเสนอในการจัดการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาทางเลือก และการศึกษาแบบบ้านเรียน (Home School) โดยมีสาระสำคัญสรุป ดังนี้
● โรงเรียนขนาดเล็ก มีหลายโรงเรียนที่มีความร่วมมือที่ดีจากชุมชน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ในขณะนี้มีหลายโรงเรียนที่จัดการศึกษาได้ดี ซึ่งผู้บริหาร คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครองได้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของโรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการขาดผู้บริหารและครูผู้สอน ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพทางการศึกษาเป็นอย่างมาก
● การศึกษาทางเลือก ได้ชี้ให้เห็นว่าการศึกษาทางเลือกของบางโรงเรียน เช่น โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนมีชัยพัฒนา เป็นตัวอย่างที่สามารถจัดการศึกษาแบบคละชั้นได้ดีมาก มีแนวทางการจัดการศึกษาที่ไปช่วยเหลือโรงเรียนอื่นได้ดีขึ้น
● การศึกษาแบบบ้านเรียน หรือ Home School ซึ่งมีปัญหาการจัดการกับระบบใหม่ โดยขอให้ สพฐ. ไปพิจารณาว่าจะช่วยส่งเสริมสนับสนุนและแก้ปัญหาตรงนี้ได้อย่างไรบ้าง
ทั้งนี้ ศธ.จะแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดูแลและสนับสนุนแนวทางการจัดการศึกษาทั้ง 3 แบบ คือ พัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาทางเลือก และการศึกษาแบบบ้านเรียน โดยคณะกรรมการประกอบด้วยอาจารย์ใหญ่และนักวิชาการที่เข้าพบในครั้งนี้ รวมทั้งผู้แทนภาครัฐ นักวิชาการ และภาคประชาสังคม เพื่อดำเนินการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก การศึกษาทางเลือก และการศึกษาแบบบ้านเรียน ซึ่งการเข้าพบครั้งนี้ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือต้องการทำให้โรงเรียนมีคุณภาพมากที่สุด การจัดการศึกษาเป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนอย่างดีที่สุด สำหรับวิธีการทำงานร่วมกันนั้น จะดำเนินการให้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับชุมชน รวมทั้งสภาพแวดล้อมต่างๆ ของชุมชน นอกจากนี้ นายมีชัย วีระไวทยะ ได้เสนอให้เชิญภาคธุรกิจที่มีกิจกรรมเพื่อสังคม CSR เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการดูแลโรงเรียน รวมทั้งจัดหาครูที่มีความเชี่ยวชาญ เข้ามาช่วยสอนในสถานศึกษาต่างๆ ด้วย



ภาพ สถาพร ถาวรสุข
รมว.ศธ.ได้กล่าวถึงประเด็นการจัดทำแผนการจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่ง สพฐ.จะเสนอแผนบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ว่า เป็นการดำเนินการเก็บข้อมูลในเบื้องต้น แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงเรียนใดจะต้องยุบรวมหรือควบรวมในทันที เพราะจำเป็นต้องรับฟังความเห็นจากพื้นที่ คือ ผู้ปกครอง นักเรียนในโรงเรียน และชุมชนในละแวกนั้นด้วย บางพื้นที่ต้องการให้โรงเรียนคงอยู่ เนื่องจากสามารถจัดการสอนได้ดี ศธ.ก็พร้อมที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้ดีขึ้นต่อไป ส่วนบางโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลหรือในพื้นที่พิเศษชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นเหตุผลพิเศษ ก็ไม่จำเป็นต้องยุบรวม แต่ต้องมาร่วมมือกันบริหารจัดการเรียนการสอนร่วมกับชุมชนให้ดีขึ้นต่อไป
รมว.ศธ.ย้ำถึงการควบรวมโรงเรียนว่า เป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยพัฒนาการศึกษาให้ดีขึ้น แต่ก่อนจะควบรวม ก็จำเป็นต้องรับฟังความเห็นจากชุมชน ผู้ปกครอง ซึ่งที่ผ่านมาก็ดำเนินการมาโดยตลอด หากชุมชนใดมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาได้ดี ไม่จำเป็นต้องไปควบรวมกับโรงเรียนอื่น ในส่วนนี้ก็จะช่วยสนับสนุนให้ดีขึ้น ซึ่งขณะนี้ สพฐ.กำลังรวบรวมข้อมูลในแต่ละพื้นที่ ในขณะเดียวกัน ศธ.ก็จะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวิธีการในการดำเนินการต่างๆ ควบคู่กันไป และเมื่อ สพฐ.รับฟังชุมชนเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะมีข้อเสนอถึงแนวทางการดำเนินการว่า มีความจำเป็นที่จะต้องยุบหรือควบรวมหรือไม่อย่างไร เชื่อว่ามีหลายพื้นที่ไม่ต้องการควบรวมโรงเรียน โดยให้คงอยู่ต่อไปอย่างแน่นอน หรืออาจมีบางโรงเรียนที่ต้องการควบรวม ศธ.ก็จะดำเนินการให้ตามที่ผู้ปกครองและชุมชนต้องการ
กาญจนา พานิชสรรพ
นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
15/5/2556

