10 พฤษภาคม 2556 - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เกี่ยวกับประเด็นการยุบรวมหรือควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

รมว.ศธ.กล่าวว่า เมื่อกล่าวถึงเรื่องของการยุบรวมหรือควบรวมโรงเรียน ต้องเข้าใจว่าไม่ได้เป็นการยุบทิ้ง แต่การยุบรวมหรือควบรวมโรงเรียนได้ดำเนินการมากว่า 20 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2536 เป็นต้นมา ซึ่งจนถึงปัจจุบันได้ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไปแล้วประมาณ 3,000 โรง ซึ่งโรงเรียนที่ยุบรวมไปแล้วเป็นโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 60 คนลงมา โรงเรียนบางแห่งมีนักเรียนไม่ถึง 20 คน จำนวนประมาณ 700 โรงเรียน
สิ่งที่ต้องดำเนินการคือ เราต้องการจะปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเหล่านี้ ซึ่งดำเนินการได้ 2 แนวทาง
- แนวทางแรกคือการควบรวม โดยนำโรงเรียนเล็กเหล่านี้ไปควบรวมกับโรงเรียนที่ใหญ่ขึ้น หรือโรงเรียนเล็กๆ ด้วยกัน ก็จะทำให้การเรียนการสอนในโรงเรียนเหล่านี้มีคุณภาพดีขึ้น เช่น โรงเรียน 3 โรงเรียนมารวมกัน แต่ละโรงเรียนสอน 2 ชั้น เช่น โรงเรียนที่หนึ่งสอนชั้น ป.1 ป.2 โรงเรียนที่สองสอนชั้น ป.3 ป.4 โรงเรียนที่สามสอนชั้น ป.5 ป.6 ในแต่ละชั้นเรียนก็จะมีครูที่สอนเต็มเวลาให้เด็กทุกคน
-แนวทางที่สองคือการยุบรวม มีบางโรงเรียนซึ่งมีจำนวนนักเรียนเพียง 3 คน และอาคารเรียนก็ทรุดโทรมมาก หากจะไปควบรวมที่ใด ก็อาจไม่ค่อยจะเป็นประโยชน์มากนัก กรณีนี้ก็ต้องยุบรวม โดยไม่ต้องจัดการเรียนการสอนต่อไป และชาวบ้านในชุมชนก็ต้องไม่ติดใจ พร้อมจะขนส่งนักเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ไปเรียนในโรงเรียนอื่นที่มีคุณภาพการศึกษามากกว่า
รมว.ศธ.กล่าวถึงการขนส่งนักเรียนไปเรียนที่อื่นหรือการขนส่งนักเรียนระหว่างโรงเรียนโดยการควบรวมนั้น รัฐจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยผู้ปกครองไม่ต้องเสียค่ารถในการเดินทาง ซึ่งได้ให้นโยบายแก่ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศไปแล้วว่าช่วงนี้จะมีการเปิดภาคเรียน จะเห็นตัวเลขว่าโรงเรียนแต่ละแห่งมีจำนวนนักเรียนเข้ามาเรียนเท่าใด สำหรับโรงเรียนเล็กๆ ก็จะต้องไปทำความเข้าใจและชี้ให้ผู้ปกครองเห็นว่าการเรียนที่นี่ในปีที่แล้วเป็นอย่างไร เมื่อเทียบกับโรงเรียนใกล้เคียงซึ่งมีนักเรียนหรือทรัพยากรต่างๆ มากกว่า และทำความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าเมื่อมีการย้ายมาควบรวม หรือยุบรวมแล้ว ผลการเรียนของลูกหลานเป็นอย่างไร ผู้ปกครองและชุมชนจะได้ช่วยกันคิด ช่วยกันตัดสินใจ
ย้ำว่าค่าขนส่งหรือค่าเดินทางต่างๆ นั้น รัฐจะจ่ายให้ โดยผู้ปกครองไม่ต้องจ่ายเงินเลย เพราะที่ผ่านมาก็มีการควบรวมไปหลายโรงเรียนแล้ว มีบริการจัดรถรับส่งให้ฟรี หัวหนึ่งที่จ่ายให้ 10 บาทต่อคนต่อวัน หรือระยะทางไกลมากขึ้น 15 บาทต่อคนต่อวัน แต่หากในพื้นที่นั้นไม่มีรถรับส่งของเอกชนให้บริการ ก็สามารถใช้บริการรถที่ สพฐ.จัดสรรให้ หรืออีกทางเลือกหนึ่งสำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนจำนวนไม่มาก และโรงเรียนอยู่ไม่ไกลจนเกินไป ก็สามารถจัดหาจักรยานมาแจกนักเรียน เพื่อให้นักเรียนเดินทางไปโรงเรียนในละแวกใกล้เคียงได้เช่นกัน
ต่อคำถามว่าหากไม่ยุบรวมหรือควบรวมโรงเรียน แต่ให้องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาช่วยเหลือในการจัดการศึกษานั้น รมว.ศธ.กล่าวว่า หาก อปท.จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการจัดการศึกษา ก็ยินดี แต่ อปท.ที่ดูแลในโรงเรียนขนาดเล็กมาก หลายองค์กรก็ไม่สามารถเข้ามาดูแลได้ เพราะโรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีความเจริญมากนัก
ในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นนั้น ที่ผ่านมา สพฐ.ก็มีการรับฟังกันมาโดยตลอด แต่โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกลที่อื่นมากๆ หากจะมีการขนส่งนักเรียนไปไกลมากจนเกินไป โรงเรียนนี้ก็ไม่ควรถูกควบรวมหรือยุบรวม ซึ่งต้องฟังเสียงราษฎร ผู้ปกครอง นักเรียนในหมู่บ้านด้วย และขณะนี้จะเปิดภาคเรียน ก็จะเห็นจำนวนนักเรียนเป็นอย่างไร บางพื้นที่ต้องยอมรับว่าราษฎรย้ายไปทำมาหากินที่อื่น ทำให้ผู้คนหายจากพื้นที่ไปมาก รวมทั้งเด็กนักเรียนด้วย ในขณะที่โรงเรียนบางแห่งเปิดแล้ว แต่ก็ไม่มีเด็กเข้ามาเรียน
แต่หากบางโรงเรียนมีนักเรียนน้อย แต่จัดการศึกษาได้ดี มีตัวอย่าง ผลการเรียนดี ความร่วมมือของท้องถิ่นดี ก็ควรจะอยู่ต่อไป จึงย้ำว่าการตัดสินใจต้องดูผลประโยชน์สุดท้ายที่จะต้องตกอยู่กับนักเรียนในโรงเรียนเล็กๆ เหล่านี้ อะไรคือเขาจะได้ประโยชน์ที่สุด การศึกษาที่มีคุณภาพที่สุด หัวใจสำคัญคือการศึกษาที่มีคุณภาพของเด็ก เรียนที่ใดจะเป็นประโยชน์ต่อเขามากกว่ากัน
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
10/5/2556
