www.thaigov.go.th

  • ขนาดตัวอักษร 
  •   
แก้ไขปัญหายาเสพติด

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการมอบนโยบายการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปี ๒๕๕๖ และการตรวจราชการติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น

การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปี ๒๕๕๖

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการมอบนโยบายการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ปี ๒๕๕๖ และการตรวจราชการติดตามการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ และมอบ นโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาตามแผนงานที่ ๓ การสร้าง ภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดกำหนดมาตรการป้องกันนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนก่อนวัยเสี่ยง และในวัยเสี่ยงไม่ให้ เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการมั่วสุมกับยาเสพติดและอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ไปเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดให้คืนสู่สังคมได้อย่างปกติ โดยทุกหน่วยงานต้องทำคู่ขนานกัน โดยกระทรวงศึกษาธิการมีภารกิจในการดูแลเด็กและเยาวชนในสถานศึกษา ผู้อำนวยการโรงเรียน จะต้องดูแลให้ดีที่สุด แต่ผู้ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงคือครูประจำชั้นจะต้องเร่งสำรวจนักเรียนที่มีพฤติกรรมไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดพร้อมกับรายงานไปตามขั้นตอนให้สรุปข้อมูลเบื้องต้นภายใน ๗ วันหลังจากเปิดภาคเรียน และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดวางแผนในการบำบัดรุ่นแรกภายในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๖

ดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาและการเยี่ยมบ้าน การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ขจัดมุมอับและตรวจตราพื้นที่ในสถานศึกษา ปัจจัยเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยงภายนอกสถานศึกษา เช่น สถานบริการ สถานบันเทิง ร้านเกมส์ หอพักที่เยาวชนไปมั่วสุม ฝ่ายปกครองคือผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องตรวจตราควบคุม ดำเนินโครงการจัดระเบียบสังคมให้นักเรียน นักศึกษาไปมั่วสุมและไปใช้บริการอย่างเด็จขาด และจัดทำโครงการพบผู้ว่าหน้าเสาธงจัดให้มีผู้บริหารไปเยี่ยมสถานศึกษา เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจ สถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่และให้มีการเฝ้าระวังร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับชุมชน มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องไปป้องปรามร้านเกมส์ หอพัก บ้านเช่า ร้านโชว์ห่วย สถานบันเทิง สถานบริการ และไปช่วยเหลือสถานศึกษาในการเฝ้าระวัง การให้ความรู้ตามโครงการครูตำรวจ D.A.R.E. และโครงการตำรวจประสานโรงเรียน ๑ ตำรวจ ๑ โรงเรียน ดำเนินการให้ครบทุกโรงเรียน สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มเสพ กลุ่มติด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นำไปบำบัดรักษาฟื้นฟูให้ความช่วยเหลือ และอบรมให้ความรู้ตามโครงการ จิตสังคมบำบัดในสถานศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการให้มีโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ศูนย์จิตสังคมบำบัดในสถานศึกษา จึงขอให้ไปกำหนดเป้าหมายที่จะดำเนินการ และโครงการ TO BE NUMBER ONE ที่จะให้มีการจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ในทุกสถานศึกษาก็จะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืนที่ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงาน ป.ป.ส. ในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ

อิชยา /สรุป/ภาพ