รม ว.ศธ.กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าในโลกยุคปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือคน การแข่งขันกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกแข่งขันกันที่คุณภาพของคน จะเห็นได้ว่าบางประเทศที่เป็นประเทศชั้นนำของโลก ประชาชนมีสถานะความเป็นอยู่ที่ดี มีระดับการครองชีพที่สูง แม้จะมีจำนวนประชากรไม่มาก ทรัพยากรธรรมชาติก็เกือบจะบอกได้ว่าไม่มี แต่สิ่งที่มีคือมีคนที่มีคุณภาพที่สามารถสร้างความเจริญและนำรายได้มาสู่ ประเทศ ทำให้ระดับความเป็นอยู่ของคนในประเทศอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศ อื่นๆ
รมว.ศธ.ได้กล่าวชื่นชมผู้จัดการและรักษาการแทนผู้อำนวยการโรงเรียน ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคน ซึ่งไม่เคยคิดว่าจะได้มาเห็นโรงเรียนที่ได้รับการพัฒนาอย่างดีเช่นนี้ และเหมาะแก่การให้การศึกษาแก่กุลบุตร กุลธิดาของคนในชุมชนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังได้ทราบจากเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนว่านัก เรียนในโรงเรียนแห่งนี้ เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับ ม.6 แล้ว ก็สามารถเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และที่อื่นๆ ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณภาพมาตรฐานการเรียนการสอนของโรงเรียน
รมว.ศธ.กล่าวแสดงความขอบคุณที่โรงเรียนจะมีการเปิดสอนสายอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นความต้องการของประเทศ เพราะประเทศกำลังขาดแคลนบุคลากรที่จบสายอาชีวะ และมีความต้องการบุคลากรสายอาชีวะในสายงานต่างๆ มากมาย ขณะนี้มีผู้เรียนสายอาชีวะ 34% สายสามัญทั่วไป 66% รัฐบาลที่นำโดย นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ทราบถึงความต้องการผู้จบสายอาชีวะของภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม จึงได้ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวะเป็น 50% ต่อสายสามัญ 50% และการที่โรงเรียนแห่งนี้จะเปิดสายอาชีวะ ก็เรียกได้ว่าเป็นการสนองตอบต่อนโยบายการผลิตคนให้ตรงตามความต้องการของ ประเทศ
นอกจากนี้ ศธ.ได้จัดให้มีอาชีวศึกษาระดับปริญญาแล้ว ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ผู้ที่เรียนสายอาชีวะสามารถเรียนในสายอาชีวะจนถึงระดับปริญญาตรี ซึ่งในอดีตหากเรียนระดับ ปวช. ปวส. ก็ต้องไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลหรือ มหาวิทยาลัยราชภัฏเท่านั้น แต่ขณะนี้สายอาชีวะจัดให้มีการศึกษาระดับปริญญาเองแล้ว ซึ่งจะเปิดสอนสาขาวิชาที่เป็นความต้องการของภาคธุรกิจ คือมีความเชี่ยวชาญชำนาญการในการปฏิบัติ รวมทั้งจัดให้ผู้เรียนอาชีวะระดับปริญญาได้ทำงานในระหว่างเรียนกับภาคเอกชน ในโรงงานอุตสาหกรรมที่ ศธ.ได้ทำความตกลงไว้ เช่น โรงงานรถยนต์ BMW โรงงาน Bosch เป็นโรงงานผลิตอุปกรณ์รถยนต์ ซึ่งโรงงานเหล่านี้จะรับนักศึกษาเข้าไปฝึกงานในระหว่างเรียนและมีเงินเดือน ให้ด้วย เมื่อจบการศึกษาก็จะมีงานรองรับทันที
![]() |
|
![]() |
![]() |
ปัจจุบัน โรงเรียนบุสตานุดดีนจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ปี พ.ศ.2508 ในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประเภทโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาควบคู่สามัญ มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 1,036 คน ผู้บริหาร ครู จำนวน 64 คน ซึ่งในปีการศึกษา 2556 มีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น ทำให้ไม่สะดวกในการให้บริการนักเรียนอย่างเต็มที่ ประกอบกับโรงเรียนมีแผนขยายหลักสูตรในระดับอาชีวศึกษา เพื่อสนองความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น ทางโรงเรียนจึงมีความจำเป็นต้องสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เพื่อรองรับนักเรียน ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกๆ ปี โดยใช้งบประมาณกู้ยืมจากกองทุนหมุนเวียนโรงเรียนเอกชนในระบบจังหวัดชายแดน ภาคใต้จำนวน 22 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารเรียนจำนวน 3 หลัง ได้แก่ อาคารบินเซ็น 3 ชั้น อาคารเรียนโรงยิมชุมชน และอาคารสระว่ายน้ำ 2 ชั้น
การดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าวใช้เวลาก่อ สร้าง 2 ปี แล้วเสร็จในปีการศึกษา 2556 ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย เพื่อเป็นการให้ความสำคัญกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้มีพื้นที่ในการจัดการเรียนการสอนอย่างเพียงพอ ตลอดจนบุคลากร ครู ชุมชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ส่งผลให้นักเรียนมีความพร้อมทั้งทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา และเสริมสร้างนักเรียนให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข เติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ
นวรัตน์ รามสูต
บัลลังก์ โรหิตเสถียร
สรุป/รายงาน
2/52556
ข่าวที่ 134/2556



