
รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในโอกาสนี้ว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี ๒๕๕๘ จะเป็นการเปิดเสรีทางการค้าและบริการมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบกับกลุ่มธุรกิจหรือคนบางกลุ่ม แต่ก็เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับคนที่มองเห็นโอกาสและสามารถปรับตัว ได้ทัน โดยเฉพาะการเพิ่มตลาดจากเดิมที่เคยค้าขายในประเทศเพียง ๖๗ ล้านคน กลายเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีจำนวนประชากรถึง ๖๐๐ ล้านคน ซึ่งตลาดที่ใหญ่ขึ้นนี้จะทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสและช่องทางในการค้าที่ หลากหลาย โดยเฉพาะการค้าผ่านทาง E-Commerce ที่เป็นประโยชน์กับธุรกิจขนาดเล็ก ช่วยในการประหยัดต้นทุนในการตั้งร้านค้า แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ทั่วไป
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า นักศึกษาหรือกลุ่มธุรกิจต้องมีความรู้และเชี่ยวชาญในด้านภาษา ไม่ใช่เพียงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาษาอื่นๆ เช่น จีน หรือ ภาษาอาเซียน เพื่อเป็นการสร้างความได้เปรียบให้กับตนเองและธุรกิจ และที่สำคัญ นักศึกษาต้องมองหาช่องทางการทำธุรกิจให้กว้างไกลออกไป ไม่ใช่อยู่แค่ในประเทศ แต่ต้องหาแหล่งทรัพยากร และตลาดรองรับที่หลากหลายและกว้างขวาง อีกทั้ง ต้องสร้างความมั่นใจให้กับประเทศเพื่อนบ้านถึงความจริงใจ ทัศนคติที่ดี และคุณธรรมในการค้า ไม่เอารัดเอาเปรียบและมุ่งสร้างผลประโยชน์ให้ทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดการทำการค้าที่ยั่งยืน
“อยาก ฝากให้สถาบันการศึกษาและสถาบันทางธุรกิจจัดการอบรมผู้นำทางธุรกิจของอาเซียน โดยทำความร่วมมือกับสถาบันทางทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับเพื่อ ให้ความรู้ และเป็นการเปิดมุมมองพร้อมทั้งสร้างเครือข่ายทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าว
ธมกร ข่าว/ กิตติกร ภาพ
กลุ่มสารนิเทศ สอ. สป.
