เปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) เรื่องการเยียวยานักเรียนที่จบ ม.๖ ก่อนปีการศึกษา ๒๕๔๘ ที่จะใช้ผลสอบ O-Net ครั้งแรก ในการประมวลผลร่วมกับเด็กปกติ
รมช.ศธ.กล่าวว่า กรณีนักเรียนจำนวน ๑,๗๕๔ คน ที่เรียกร้องให้นำผลสอบเข้าไปประมวลผลในระบบ Admissions นั้น ที่ประชุมมีความเห็นว่า จะไม่ประกาศผลพร้อมกับเด็กปกติ จำนวนประมาณ ๑๐๗,๐๐๐ คน แต่ให้มหาวิทยาลัย ๕๗ แห่ง พิจารณาคัดเลือกเด็กซิ่ลเป็นกรณีพิเศษ โดย สกอ.จะส่งชื่อเด็กกลุ่มนี้ไปยังมหาวิทยาลัยที่เขาเลือก
ในกรณีที่เด็กลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่สอบไม่ติด ก็จะยังขอร้องมหาวิทยาลัยเดิมให้รับกลับไปเรียน หากเด็กไม่ได้ถูกรีไทร์ หรือกรณีเด็กบางคนมีปัญหาเรื่องสุขภาพและไม่ต้องการที่จะเรียนต่อ ในคณะนั้นอยู่แล้ว จึงได้ลาออกมาเพื่อจะสอบใหม่
รมช.ศธ.กล่าวย้ำว่า มีมหาวิทยาลัยอีกจำนวนมาก ทั้งมหาวิทยาลัยเอกชนและมหาวิทยาลัยเปิดเป็นทางเลือก ซึ่งบางมหาวิทยาลัยก็รับพิเศษ และเชื่อว่ามีหลักสูตรพิเศษ บางหลักสูตรที่รับเพิ่มเติม เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็น ๑ ในมหาวิทยาลัยที่มีการรับหลักสูตรพิเศษจำนวนมาก
ส่วนโครงการพิเศษต่างๆ ปีนี้ก็มีทุน กยศ. เช่น อยู่ปี ๒ แต่ลาออก ถ้ามี กยศ. อยู่ก็ไม่ได้ตัดสิทธิ์ และสามารถกู้ยืมได้อีก ๒ ปี คนที่ลาออกต้องอยู่ปี ๒ ขึ้นไป ส่วนปี ๑ จะยอมให้มาสอบ แต่ก็ได้ขอ ทปอ. ให้พิจารณารับกลับเข้าไป ในกรณีไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ ส่วนนักศึกษาที่เข้าไปเรียนแล้ว แต่ไม่ต้องการเรียนคณะเดิม ต้องการขอย้ายคณะ ในบางมหาวิทยาลัยสามารถขอย้ายได้ ถ้าคะแนนสูงกว่าและคณะอื่นยอมรับ จะมีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว ส่วนการประกาศผลของเด็กซิ่ล จำนวน ๑,๗๕๔ คน จะต้องรอให้กลุ่มปกติยุติก่อน.
นวรัตน์ รามสูต
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน
