กระทรวงศึกษาธิการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญร่างแรก โดยขอให้เติมสาระในเรื่องการส่งเสริมการอบรมเลี้ยงดู และการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยให้เป็นระบบ เพราะกระทรวงศึกษาธิการก็ดูแลการศึกษาในระดับนี้ด้วย
2.ติงเยียวยาเด็กซิ่ลแก้ไม่ตรงจุกปีหน้าปัญหาผุดอีก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 5 พฤษภาคม 2550
หลังประกาศผลแอดมิชชั่นแล้ว ทปอ.จะทำหนังสือไปยังมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อขอความร่วมมือรับเด็กซิ่ล ซึ่งเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเห็นด้วยกับแนวทางเยียวยาดังกล่าว หากเด็กจะฟ้องร้องต่อศาลก็ยินดีรับเป็นจำเลย แต่ทั้งนี้ตัวแทนเด็กซิ่ลเห็นว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด และปีหน้าก็จะเกิดปัญหาอีก
3. ‘วิจิตร’ พอใจมาตรการสกัดเด็กเส้น หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 5 พฤษภาคม 2550
ผลการรับนักเรียน ชั้น ม.1 ปี 2550 ซึ่งมีมาตรการสำหรับเด็กฝาก หรือเรียกเก็บเงินแป๊ะเจี๊ย จากทุกพื้นที่การศึกษาจากทุกภาค เป็นที่น่าพอใจหรือเกิน 90% และจากเหตุการณ์ มีการก่อการร้ายใน กทม. ในช่วงนี้ ขอให้สถานศึกษาใช้มาตรการสำหรับความปลอดภัยให้เข้มงวดด้วย
4.‘วรากรณ์’ หนุนรับน้องปลอดเหล้า หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย วันที่ 9 พฤษภาคม 2550
ล้อมคอกรับน้องใหม่ หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 6 พฤษภาคม 2550
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการกล่าวว่าได้ทำหนังสือถึงสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งแล้วให้กำกับดูแลกิจกรรมรับน้องในปีนี้ ไม่ให้ใช้ความรุนแรงและละเมิดสิทธิมนุษยชนและละเมิดทางเพศ ทั้งนี้หากพฤติกรรมดังกล่าวไม่มีแต่ภาพการรับน้องมีเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกฮอล์เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะขาดความยับยั้งชั่งใจได้และอาจกระทำในสิ่งไม่เหมาะสมได้เช่นกัน การรณรงค์แม้ป้องกันไม่ได้ทันที่แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ที่สำคัญควรมีกิจกรรมส่งเสริมสร้างสรรค์ เช่น การประกวดหนังสือรณรงค์งดการดื่มเหล้า เป็นต้น
5.ศธ.ชงครม. อนุมัติใช้มาตรการปลอดหนี้ครู หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 7 พฤษภาคม 2550
ที่ประชุมกลั่นกรองเสนอ ครม. เห็นชอบในหลักการของมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูระยะยาวครบวงจร ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ อาทิ ปรับโครงสร้างหนี้ ทำ วิถีชีวิตใหม่ของครู ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง และวิธีต่างๆที่ทำให้ครูลดรายจ่ายลง โดยเสนอของบฯ จำนวน 30 ล้านบาท เพื่อใช้แก้ไขปัญหาหนี้สินครูแบบครบวงจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกรกระทรวงศึกษาธิการ คาดว่า โครงการนี้จะได้ผลคุ้มค่า
6.ศธ.ปั๊มวีซีดีสอนภาษามลายู เน้นพื้นฐานเรียนจบใน 4 ชม. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
วันที่ 7 พฤษภาคม 2550
สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์เกี่ยวกับ สื่อการเรียนการสอนภาษามลายูขั้นพื้นฐานที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน โดยใช้ชาวมุสลิมในพื้นที่เป็นวิทยากร ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนจบได้ภายใน 4 ชั่วโมง โดยจะผลิตให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่อยู่ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้ จำนวน 20,000 ชุด ในรูปวีซีดี
7.เด็กไทยไม่ไร้โอกาสในการรับการศึกษา บทความหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 7 พฤษภาคม 2550
ตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มาตรา 10 กำหนดว่า การจัดการศึกษาต้องไม่น้อยกว่า 12 ปี และให้ทั่วถึง มีคุณภาพและมาตรา 17 กำหนดให้มีการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี แต่สภาพปัจจุบันโอกาสในการได้รับการศึกษาของประชากรคิดเป็นประมาณร้อยละ 56.20 ของประชากรทั้งหมด และนอกจากนี้ยังมีเด็กตกหล่น เด็กที่ออกกลางคัน รวมถึงเด็กที่จบการศึกษาภาคบังคับแล้วแต่ไม่ได้เรียนต่อระดับมัธยม โดยทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ได้มีแนวทางการดำเนินงาน ในปีการศึกษา 2550 ที่จะรณรงค์ให้เด็กและเยาวชนได้รับการศึกษาภาคบังคับและการศึกษาพื้นฐาน 12 ปี ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ตลอดจนจะพัฒนาระบบข้อมูลและสาระสนเทศ สนับสนุนให้เขตพื้นที่การศึกษา พัฒนานวัตกรรมเพื่อเข้าถึงเด็กด้อยโอกาส พัฒนระบบเฝ้าระวัง และให้ความช่วยเหลือแก่เด็กด้อยโอกาสที่ครอบคลุมการจัดทุนอาหารกลางวัน ส่งเสริมการศึกษาพิเศษ รณรงค์ให้เรียนต่อ 12 ปี
8.เด็กไทยต้องเรียนรู้ ‘สันติวิธี’ เป็นวิถีชีวิต หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก วันที่ 7 พฤษภาคม 2550
คมลัมน์ ‘คิดนอกกรอบ’ เห็นด้วยกับการนำสันติวิธีมาอยู่ในหลักสูตรการเรียน การสอน และเห็นว่าควรจะเริ่มต้นตั้งแต่วัยเด็ก โดยเฉพาะในชั้นประถม ควรจะตอกย้ำความสำคัญของความซื่อสัตย์สุจริต รู้จักต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการฉ้อฉลในทุก รูปแบบอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ควรสอนให้เด็กชื่นชม ความฉลาดแกมโกง แบบศรีธนญชัย เลิกค่านิยมวัตถุ เยาวชนไทยควรจะต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่นอย่างสันติ
9.กศน.เน้นติดดินแต่ไม่ตกยุคนำคุณธรรมคู่ความพอเพียง หนังสือพิมพ์สยามรัฐ
วันที่ 8 พฤษภาคม 2550
งานเร่งด่วนที่สำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนจะต้องเร่งดำเนินการคือปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน พบกลุ่ม เน้นการเขียนด้วยลายมือ โดยเฉพาะในระดับประถมและมัธยมต้น รวมทั้งนำคุณธรรมในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตไปบูรณาการทุกหลักสูตร ตลอดจนนำปรัชญา และแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติในทุกระดับอย่างเป็นรูปธรรม
10.‘วรากรณ์’ ตั้งวิทยาลัยฐานเทคโน หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วันที่ 8 พฤษภาคม 2550
ศธ.ปิ๊งดันตั้งวิทยาลัยฐานเทคโนโลยีพัฒนาเฉพาะด้านจูงใจเรียนอาชีวะ หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 8 พฤษภาคม 2550
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบตั้งวิทยาลัยฐานเทคโน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เพื่อสร้างวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านวิชาการและอาชีพ ซึ่งคล้ายกับโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ที่พัฒนาผู้เรียนเฉพาะด้าน และจูงใจให้นักเรียนและสังคมสนใจเรียนอาชีวะมากขึ้น โดยจะนำวิทยาลัยอาชีวศึกษาที่พัฒนาดีอยู่แล้ว 1 แห่ง มาทำภายใน 1 เดือน จะดำเนินการในรายละเอียดเสร็จจากนั้น จึงจะดำเนินการในขั้นตอนอื่นต่อไป
11.เตือน! ร.ร.กวดวิชาเถื่อนเกลื่นเมือง หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 8 พฤษภาคม 2550
ขณะนี้ที่จังหวัดพิษณุโลก มีผู้ปกครองหลายรายได้ร้องเรียนมีโรงเรียนกวดวิชาเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 และบางแห่งมีพฤติกรรมส่อไปในทางหลอกลวง เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคโดยโฆษณาชวนเชื่อ นอกจากต้องเสียเงินแล้วยังทำให้เกิดความเสียหายและเสียโอกาสทางการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปด้วย ที่สำคัญบางแห่งยังไม่ได้มีครูที่มีความรู้จริงมาสอนแต่จ้างนักศึกษาที่จบใหม่มาสอนทางจังหวัดจึงขอให้ผู้สมัครตรวจสอบก่อนสมัคร
12.สกศ.เผยงานวิจัยแนวจัดศึกษา 5 ปีข้างหน้า หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 8 พฤษภาคม 2550
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาเปิดเผยผลวิจัย เรื่อง “ผลกระทบโลกาภิวัฒน์ต่อการจัดการศึกษาไทยใน 5 ปีข้างหน้า” เกิดอิทธิพลของภาคธุรกิจและบรรษัทข้ามชาติมากขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลตอบสนองความต้องการของประชาชนน้อยลง ดังนั้นประเทศไทยต้องปรับระบบการศึกษา โดยเน้นการศึกษาเชิงรุก สร้างบุคลากรที่มีศักยภาพในการก้าวทันกระแสโลกาภิวัตน์ ที่สามารถใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุด
13.‘วิจิตร’ เตรียมนัดฝ่ายค้าน ‘ม.ในกำกับ’ หารือ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2550
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เตรียมเชิญสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผู้คัดค้าน มหาวิทยาลัยในกำกับและขอแปรญัญัติแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ฯ ดังกล่าวมาประชุมหารือร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปตรงกันในประเด็นต่างๆ จะช่วยให้การพิจารณากฎหมายเดินได้สะดวกขึ้น
14.เด็กซิ่ลรุก ศธ.-ศาล ปค. ‘วิจิตร’ รับหาทางช่วยพิจารณา ‘เฉพาะกลุ่ม’ หนังสือพิมพ์มติชน
วันที่ 9 พฤษภาคม 2550
เครือข่ายนักศึกษาสหสถาบันเพื่อความเป็นธรรมทางการศึกษา ประมาณ 20 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักเรียนที่จบชั้น ม. 6 ก่อนปีการศึกษา 2548 หรือเด็กซิ่ล เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นี้ ขอความเป็นธรรมการรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษาหรือแอดมิชชั่น ประจำปี 2550 โดยมีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการรับหนังสือแทน เนื่องจากหมดสิทธิเข้ารับการประมวลผลในระบบแอดมิชชั่นปีนี้ ที่ต้องมายื่นหนังสือก็เพื่อขอให้ได้สิทธิเข้ารับการประมวลผลในระบบแอดมิชชั่นปีนี้ รวมทั้งขอให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งออกมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนและเป็นธรรม ในกรณีเด็กซิ่ลถือเป็นบทเรียนหนึ่ง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะหารือกับมหาวิทยาลัยให้เปิดช่องเรื่องการโอนย้ายข้ามคณะและมหาวิทยาลัย เพื่อให้โอกาสเด็กเหล่านี้มากขึ้น
15.ศธ.ร่วม วธ.รณรงค์ น.ศ.แต่งเครื่องแบบ หนังสือพิมพ์ข่าวสด วันที่ 9 พฤษภาคม 2550
หนุน นศ.แต่งเครื่องแบบเหมาะสม หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 9 พฤษภาคม 2550
กระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรมรณรงค์และเฝ้าระวังให้นักศึกษาแต่งกายอย่างถูกระเบียบในภาคเรียนที่ 1 ปี 2550 ยึดหลักความเหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันนักศึกษาหญิงมีความเข้าใจว่า การแต่งเครื่อบแบบเป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนจะแต่งอย่างไรก็ได้ ซึ่งไม่ถูกต้อง
16.ครม.อนุมัติบรรจุครูใหม่รองรับเด็ก สควค. หนังสือพิมพ์บ้านเมือง วันที่ 10 พฤษภาคม 2550
อนุมัติบรรจุครูใหม่ปีละ 580 คน หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก วันที่ 9 พฤษภาคม 2550
ครม. อนุมัติบรรจุครูใหม่ปีละ 580 คน นักเรียนทุนโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) จะมีผลในปี 2550 และจะมีผลผูกพันต่อเนื่องกับนักเรียนทุกคนทุกรุ่นด้วย
17.ปูนบำเหน็จครูอัตราจ้าง 3 จว.ได้บรรจุเป็นพนักงานราชการ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง
วันที่ 10 พฤษภาคม 2550
ครม. วันที่ 8 พฤษภาคม นี้ เห็นชอบให้ปรับนสภาพการจ้าง ครูอัตราจ้าง ประจำสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. จำนวน 1,639 คน และครูประจำศูนย์การเรียนชุมชน และประจำศูนย์วิทยาศาสตร์ สังกัดสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียน 326 คน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ 3 จังหวัดภาคใต้และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา รวม 1,965 คน เป็นพนักงานราชการ
18.‘จรวยพร’ เผย ศธ.จับมือ กทม. จัดระบบข้อมูล ตรวจสอบ แหล่งอบายมุขรัศมี 500 ม.รอบโรงเรียน หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 พฤษภาคม 2550
กระทรวงศึกษาธิการลงนามความร่ววมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดทำระบบข้อมูล แผนที่ภูมิศาสตร์ หรือ GIS ตรวจสอบแหล่งอบายมุขที่อยู่ในรัศมี 500 เมตรจากโรงเรียน นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการและกรุงเทพมหานครยังได้จัดชุดปฏิบัติการออกตรวจพื้นที่รอบโรงเรียน 220 ชุด จาก 4 สังกัด เริ่ม 16 พฤษภาคม นี้ เฉพาะกรุงเทพมหานครก่อน
19.กฎ ศธ.ว่าด้วยการกระจายอำนาจ หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 พฤษภาคม 2550
การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ. 2550 อาศัยอำนาจตามความแห่ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวง ข้อ 1 ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการหรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พิจารณาดำเนินการกระจายอำนาจบริหารและการจัดการศึกษาในด้านวิชาการ ด้านงบประมราณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป ไปยังคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา สพท.หรือสถานศึกษาในอำนาจหน้าที่ของตนแล้วแต่กรณี ข้อ 2 การกระจายอำนาจในข้อ 1 ให้คำนึงถึงหลักความพร้อมและเหมาะสม ข้อ 3 เรื่องใดจะกำหนดในคณะกรรมการเขตพื้นที่ สพท.หรือสถานศึกษา เป็นผู้รับมอบอำนาจให้เป็นไปตามปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้เป็นตามประกาศกำหนด และข้อ 4 ให้ สป.หรือสพฐ. แล้วแต่กรณี มีหน้าที่สนับสนุนมุ่งเสนอ และกำกับดูแลการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา
20. ทำแอมิเนชั่น ‘พระพุทธเจ้า’ เตรียมทำขึ้นทูลเกล้าในหลวง ครบ 80 พรรษา หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
วันที่ 11 พฤษภาคม 2550
กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานพระพุทธศาสนาทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมลงนามผลิตภาพยนตร์การ์ตูนแอมิเมชั่นประวัติพระพุทธเจ้า ความยาว 90 – 100 นาที ทุนสร้าง 108 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมคุณธรรม เตรียมทำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้
21.ศธ.คลอดมาตรการเยียวยาเด็กซิ่ล 1,754 คน หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 11 พฤษภาคม 2550
ที่ประชุม ทปอ. สกอ. และสทศ. เพื่อหามาตรการเยียวยาเด็กที่จบก่อนปี 48 หรือเด็กซิ่ล ที่มีคะแนน O-Net ไม่ตรงตามเกณฑ์ที่ ทปอ. กำหนดว่า จากข้อมูลแอดมิชชั่นพบว่ามีผู้สมัครทั้งสิ้น 107,969 คน เป็นผู้มีคะแนน O-Net ไม่ตรง 1,754 คน ซึ่งถือเป็นกลุ่มพิเศษ ที่ สกอ.จะทำจดหมายประสานขอความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัย 57 แห่ง ที่เด็กไปสมัครไว้ทุกอันดับให้พิจารณารับเพิ่มเติม แต่อยู่ในการพิจารณาของมหาวิทยาลัยนั้นๆ
22.จุฬาฯ พบ ร.ร.ขาดครูร่วมแสน เสนอประกาศวาระชาติ-หวั่นกระทบคุณภาพ
หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก วันที่ 11 พฤษภาคม 2550
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิจัยปัญหาการขาดครูในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานกำลังอยู่ในขั้นวิกฤตทั้งในไทยและทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการเรียนการสอน ขณะนี้ขาดครูระดับประถม 3 หมื่นคน ระดับมัธยมขาด 3.2 หมื่นคน โดยเฉพาะในกทม. และปริมณฑลประสบปัญหานี้มากเพราะมีโรงเรียนขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก สาขาที่ขาดคือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและภาษาต่างประเทศ สิ่งที่ควรทำดูจากประเทศที่ประสบความสำเร็จคือกำหนดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาขาดแคลนครูเป็นวาระแห่งชาติโดยประกาศเป็นกฎหมายและนโยบาย
23.‘รมช.ศธ.’ ห่วงร.ร.มีโอกาสสอนวิทย์ไม่เท่ากัน หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 11 พฤษภาคม 2550
รัฐมตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบนโยบายให้ สสวท.ดำเนินการ 4 เรื่อง คือ การให้โรงเรียนและสถาบันอุดมศึกษามีส่วนร่วมเป็นวิทยากรเพื่อขยายผลการอบรมครูให้ สสวท. เปิดพื้นที่เว็บบล็อคให้เยาวชนที่สนใจทางวิทยาศาสตร์มีพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การใช้ประโยชน์ทางเทคโนโลยีการศึกษาที่มีอยู่ให้คุ้มค่า โดยเฉพาะการอบรมครูทางไกลผ่าน ETV และสร้างเครือข่ายครูวิทยาศาสตร์ที่มีฝีมือแบบล่างสู่บน เพื่อให้ครูเก่งๆ ได้แลกเปลี่ยนแบ่งปันประสบการณ์ความรู้และวิธีการสอนให้เพื่อนครูด้วยกัน
24.‘ปลัด ศธ.’ พาไปดูการพัฒนาวิชาชีพครูยุค 2550 ในสหรัฐ-แคนาดา
บทความหนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 11 พฤษภาคม 2550
คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพครูนำโดยปลัดกระทรวงศึกษาธิการดูงานการปฏิรูปการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพและมาตรฐานวิชาชีพครูที่กระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา (U.S Department of Education) และที่องค์กรวิชาชีพครูแห่งรัฐออนตาริโอ ประเทศแคนาดา เร็วๆ นี้ ที่สหรัฐอเมริกา เน้นจัดการศึกษาให้ทุกคน โดยออกกฎหมายฉบับล่าสุดเรียกว่า The No Child Left Behind Act of 2001 หรือ พ.ร.บ.การศึกษาสำหรับทุกคน โดยถือเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา สำหรับเรื่องครูและมาตรฐานวิชาชีพครูอเมริกัน ครูประถมและมัธยม จะต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตร 4 ปี จากมหาวิทยาลัยและต้องมีประสบการณ์การสอนและเรียนวิชาศึกษาศาสตร์เพิ่มเติมอีก 1 – 2 ปี
สำหรับที่องค์กรวิชาชีพครูแห่งรัฐออนตาริโอ (Ontario College of Teachers) จัดตั้งขึ้นปี ค.ศ.1997 (พ.ศ.2500) ตาม พ.ร.บ.องค์กรวิชาชีพครูของรัฐออนตาริโอ ปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2543) ได้รับอำนาจหน้าที่จากรัฐให้เป็นองค์กรวิชาชีพครู มีสมาชิก 206,000 คน การบริหารจัดการขององค์กรนี้เป็นองค์กรอิสระ มีรายได้จากการเก็บเงินค่าบำรุงสมาชิกรายปี มีหน้าที่กำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพครู พัฒนาวิชาชีพและศักยภาพ ครูประจำการ รับเรื่องราวร้องทุกข์จากครูและผู้ปกครองนักเรียน และในแต่ละปีต้องรายงานผลการดำเนินงานต่อกระทรวงศึกษาธิการ รัฐบาลและต่อสาธารณชน ซึ่งทั้งคุรุสภาและสกสค.สามารถนำแนวบริหารจัดการดังล่าวมาปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้ ผู้สนใจงานวิชาชีพครูของทั้งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ดาวน์โหลดได้ที่ www.ed.gov/index.html และ www.oct.ca
******************************************
พัชรี/สรุป
