• ขนาดตัวอักษร 
  •   print
ศธ.ยืนยันใช้มาตรการรับนักเรียนอยู่
รมว.ศึกษาธิการ เผย ศธ.ยืนยันยังปฏิบัติตามประกาศกระทรวงฯ เรื่องนโยบายและมาตรการในการรับนักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา 2551 ลว.30 ม.ค. 2551

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงศึกษาธิการ
เปิดเผยต่อสื่อมวลชนกรณีปัญหาการฝากเด็กเข้าเรียนและเงินแป๊ะเจี๊ยะ เมื่อวันที่ ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๑ ที่ทำเนียบรัฐบาล

รมว.ศธ.กล่าวถึงกรณีปัญหาการรับฝากเด็กในปีการศึกษา ๒๕๕๑ ว่า ศธ.ยังยืนยันปฏิบัติตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายและมาตรการในการรับนักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๑ ซึ่ง ศ.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้ลงนามเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๑ ซึ่งการที่ประกาศดังกล่าวห้ามโรงเรียนรับบริจาคเงินในช่วงเวลาการรับนักเรียนเข้าศึกษานั้น เป็นคำสั่งที่ดี เพื่อให้โอกาสเด็กทุกคนมีโอกาสเข้าศึกษาในโรงเรียนชั้นนำ และไม่ต้องการให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องลำบากในการบริจาคเงินเข้าเรียน

ทั้งนี้ ศธ.ไม่ได้สนับสนุนเงินใต้โต๊ะ แต่หากมีผู้ต้องการบริจาคเงินให้โรงเรียน ขอให้กระทำโดยเปิดเผย และให้เลยช่วงระยะเวลาการรับสมัครนักเรียนไปก่อน


 

"ยังยืนยันปฏิบัติตามประกาศ ศธ.
เรื่อง นโยบายและมาตรการในการรับนักเรียน
นักศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๑
ซึ่ง ศ.วิจิตร ศรีสอ้าน เป็นผู้ลงนาม
เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๑
ถือ
เป็นคำสั่งที่ดี"

 

รมว.ศธ.กล่าวกับสื่อมวลชนกรณีโรงเรียนดังๆ อาจจะบ่นนักการเมืองไปฝากเด็กเข้าเรียนเป็นจำนวนมากด้วยว่า ยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาหากไม่สามารถรับฝากเด็กได้ ทั้งนี้ จะกำชับให้ช่วยกันดูแลปัญหานี้ หรือหากผู้ใดพบเห็นปัญหา ขอให้ช่วยส่งเบาะแสการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะหรือเงินบริจาคด้วย เพื่อดำเนินการสอบสวนต่อไป

 

รายละเอียดประกาศกระทรวงศึกษาธิการ
เรื่อง นโยบายและมาตรการในการรับนักเรียนนักศึกษา ปีการศึกษา ๒๕๕๑

โดยที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายที่จะให้เด็กและเยาวชนทุกคน มีสิทธิและโอกาสในการเข้ารับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ และเป็นธรรม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รวมทั้งการส่งเสริมการจัดการศึกษาทุกระดับ เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศชาติให้เป็นสังคมที่มีคุณธรรมนำความรู้และพัฒนาอย่างยั่งยืน

จึงกำหนดมาตรการในการรับนักเรียนนักศึกษาเข้ารับการศึกษาในสถานศึกษาต่างๆ ในปีการศึกษา ๒๕๕๑ ดังนี้

กระทรวงศึกษาธิการไม่ส่งเสริมให้สถานศึกษารับบริจาคเงิน จากผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา ในช่วงระยะเวลาที่มีการรับนักเรียน นักศึกษา เข้าศึกษาในสถานศึกษา ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ

ไม่ส่งเสริมให้องค์กรอื่นใด เช่น สมาคมครูและผู้ปกครอง สมาคมศิษย์เก่าของสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา รับเงินบริจาคหรือมีส่วนในการรับเงินบริจาคตามข้อ ๑

การเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียม ค่าบริการในการจัดการศึกษาเป็นการพิเศษ หรือค่าใช้จ่ายใดๆ ในการจัดการศึกษาเพิ่มเติม ให้พิจารณาถึงความเหมาะสม ประโยชน์ที่จะได้รับและมีความจำเป็นอย่างแท้จริงเท่านั้น และเพื่อมิให้เป็นภาระแก่ผู้ปกครองมากเกินไป ห้ามมิให้สถานศึกษาเรียกเก็บเงินดังกล่าว ในช่วงระยะเวลาที่สถานศึกษาเปิดรับนักเรียน นักศึกษา

ให้ผู้บริหารสถานศึกษา ถือเป็นหน้าที่ในการดูแลเอาใจใส่ให้เด็กและเยาวชน ที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษา หรือประสงค์จะเข้ารับการศึกษาแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เป็นเด็กด้อยโอกาสหรือประสบปัญหา ได้รับโอกาสเข้าศึกษาในสถานศึกษาในสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งนี้ สถานศึกษาต้องไม่เป็นผู้ตัดโอกาสของเด็กและเยาวชนเหล่านั้น

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจสอบและติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานในการรับนักเรียน นักศึกษา แล้วรายงานหัวหน้าส่วนราชการ จนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่การรับนักเรียน นักศึกษาสิ้นสุดลง

ในกรณีที่สถานศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวข้างต้น และเป็นเหตุให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้ปกครองหรือเกิดความเสียหายแก่ราชการ หรือไม่อาจดำเนินการให้นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการบรรลุผลให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการทางวินัย กรณีขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และไม่ถือปฏิบัตินโยบายของรัฐบาลและแบบธรรมเนียมของทางราชการต่อไป

หากผู้ปกครองหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับความเดือดร้อน เสียหาย หรือพบเห็นว่ามีการฝ่าฝืนนโยบายและมาตรการในการรับนักเรียน นักศึกษาดังกล่าว ให้ร้องเรียนหรือแจ้งต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ หรือหัวหน้าส่วนราชการโดยตรง เพื่อเยียวยาแก้ไขหรือให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหรือเสียหายโดยเร็ว

 

รมว.ศธ.ยังกล่าวถึงปัญหาการร้องเรียนนายสุธา ชันแสง รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สมัครเข้าเรียนจนจบปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในฟิลิปปินส์จริงหรือไม่นั้น ว่าได้ยินปัญหาการรับรองวุฒิการศึกษาของบุคคลดังกล่าวตามข่าว และคิดว่าก่อนรัฐมนตรีทุกคนจะเข้ารับตำแหน่ง เจ้าหน้าที่ต้องมีการตรวจพิจารณาหลักฐานต่างๆ ให้ถูกต้องเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีปัญหาผู้ร้องเรียนมา ก็จะให้เลขาธิการ ก.พ.ตรวจสอบ ซึ่งวิธีการและขั้นตอนในการตรวจสอบนั้น คงใช้เวลาไม่มากนัก คงต้องทำให้กระจ่าง ตรวจสอบให้ได้ความ เพื่อไม่ให้เป็นข้อกังขาต่อไป.

บัลลังก์ โรหิตเสถียร
นงศิลินี โมสิกะ
สรุป/รายงาน